ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ลิ้งเพื่อหาประสบการณ์
dot
bulletค้นหากับ google
bulletค้นหากับ Yahoo
bulletส่งเมลกับ hotmail
bulletส่งเมลกับ thaimail
bulletเว็บไซต์ที่น่าสนใจ
bulletโรงเรียนวัดนิโครธาราม
bulletกระดานถามตอบ
bulletระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
bulletค้นหาระเบียบของทางราชการ
bulletรวมคำสั่งของ สพฐ.
bulletเส้นทางสู่ ครูชำนาญการพิเศษ
bulletดูแผนที่ทางอากาศ (ชัดมาก)
bulletไม่เชื่ออย่าลบหลู่
bulletภาพตรงข้ามของเด็กนิโคร
bulletร่วมสร้างสานตำนานรัก
bulletประกาศสอบราคา
bulletค่าใช้จ่ายในการไปราชการ
bulletมุมอาเซียนของเด็กนิโคร
bulletสุขภาพช่องปาก เด็กทับปุดรักฟัน
bulletบทเรียนวิชาภาษาไทย
bulletตลาดนัดนักเรียน
bulletเสียงครวญจากตัวเลขไทย
bulletพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตฯ
bulletโรงเรียนทับปุดวิทยา
bulletรวมวีดีโอกิจกรรมต่างๆ
bulletโรงเรียนวิถึพุทธ
bulletพี่พลอยสอนศิลป์ Show it off
bulletSAR รายงานคุณภาพการศึกษา
bulletจามจุรีสาร
bulletเทศบาลตำบลทับปุด
bulletค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาฯ
bulletบทอาขยาน ของเด็กนิโครฯ
bulletโครงการอาหารกลางวัน




ระเบียบ นักเรียน article

                           
                                   
ระเบียบโรงเรียนวัดนิโครธาราม
                            ว่าด้วย  นักเรียนโรงเรียนวัดนิโครธาราม
                                 
                             เครื่องหมายประจำโรงเรียน 
                เป็นต้นจามจุรี  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนวัดนิโครธาราม  แผ่กิ่งก้านสาขา
อยู่กลางสนาม  มีนกบินอยู่  2  ตัว  ล้อมรอบด้วยชื่อ 
โรงเรียนวัดนิโครธาราม และ  อำเภอ
ทับปุด  จังหวัดพังงา

               มีความหมายว่า  ภายในโรงเรียนวัดนิโครธาราม  คือความร่มรื่น  เปรียบประดุจ
ไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาแก่ผู้มาพักพิง
                                           สีประจำโรงเรียน
                                                                    สีขาว  แดง
              สีขาว  หมายถึง   ความบริสุทธิ์  ความสดใส  ความสะอาด  ของตัวนักเรียน
              สีแดง  หมายถึง  ชาติ  ความกล้าหาญ  ชาติจะพัฒนาและเจริญก้าวหน้า  ขึ้นอยู่กับ
คนในชาติ
                                       คำขวัญประจำโรงเรียน
                      วิชาการเด่น  เน้นกิจกรรม  น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง 
                                              วิสัยทัศน์
             มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา การจัดการศึกษา มุ่งพัฒนานักเรียน ให้มี
ความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาขั้น
พื้นฐาน โดยเน้น ชุมชนมีส่วนร่วม

                                              พันธกิจ 
             ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้  จัดกระบวนการเรียนรู้ให้
สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และหลักสูตรการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๔
  พัฒนานักเรียนให้มีความรู้ คู่คุณธรรม พัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโลโลยี
ทางการศึกษา สร้างความตระหนักให้ชุมชนเห็นความสำคัญ และมีส่วนร่วมในการพัฒนา
สถานศึกษา


                                         เป้าประสงค์  
            นักเรียน เรียนรู้อย่างมีความสุขกาย ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี  นักเรียนมีความรู้
ความสามารถ และคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ ตามเกณฑ์มาตรฐาน การศึกษา
   นักเรียน
มีความสามารถใช้สื่อเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันได้
  ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา
นักเรียนให้เป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน สามารถดำรงอยู่ ในสังคมได้อย่างมีความสุข

                                         ปรัชญา
              พัฒนาคน พัฒนางาน ประสานสามัคคี มีประสิทธิภาพ
                                         
สภาพปัจจุบัน   
             โรงเรียนวัดนิโครธาราม ตั้งอยู่ถนนทับปุด พังงา หมู่ที่ ๑ ตำบลทับปุด อำเภอ
ทับปุด จังหวัดพังงา
  จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ถึงชั้นประถมศึกษาปี่ที่
สภาพของชุมชนโดยรอบ เป็นชุมชนที่อยู่ใกล้ตลาด
  ในเขตเทศบาลทับปุด ประชากร
ในชุมชนประกอบอาชีพหลากหลาย คือ ค้าขาย ทำสวนยางพารา สวนปาล์ม ประชากร
ส่วนใหญ่ฐานะปานกลางถึงค่อนข้างดี

                                 ภารกิจของโรงเรียน  
            โรงเรียนวัดนิโครธาราม มีภารกิจในการดำเนินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒
ระดับ คือ

             ๑. ระดับก่อนประถมศึกษา จัดการศึกษาให้กับนักเรียนวัยก่อนประถมศึกษามี
จุดมุ่งหมายเพื่อ เตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนก่อนเข้าเรียนในระดับประถมศึกษา

            ๒. ระดับประถมศึกษา เป็นการจัดการศึกษาขั้นบังคับ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่
๑ - ๖ ตามหลักสูตร
พุทธศักราช ๒๕๒๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๒๓) มีจุดมุ่งหมายเพื่อ
พัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะพื้นฐาน
  ในการเรียนรู้ให้ผู้เรียนคิดเป็นทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น
                 ๑) ภาคความรู้ ความคิด หรือพุทธิพิสัย Cognitive Domain
                 ๒) ภาคความรู้สึก อารมณ์ หรือจิตพิสัย Affective Domain
                 ๓) ภาคปฎิบัติ หรือทักษะพิสัย Psychmotor Domain
                                   ผลการดำเนินงาน  
          ๑.ด้านปริมาณ
             ๑)  การเกณฑ์เด็กเข้าเรียน โรงเรียนสามารถเกณฑ์เด็กในพื้นที่บริการเข้าเรียนได้
๑๐๐ %
นอกจากนี้ยังมีนักเรียนนอกเขตบริการเข้ามาเรียนในอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี
             ๒) อัตราการออกกลางคันของนักเรียนต่ำมาก
             ๓) นักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา ๑๐๐ %
          ๒.ด้านคุณภาพ
              ๑) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ อยู่ใน
เกณฑ์ปานกลางถึงดี

              ๒)  การปฎิรูปกระบวนการเรียน ทางโรงเรียนได้ดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนให้
ครูนำรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มาใช้เพื่อ
พัฒนาผู้เรียน

                              
ผลการศึกษาสถานภาพของสถานศึกษา  
                                           สรุปผลการศึกษาจากสภาพแวดล้อม
                                              ปัจจัยภายนอก
            จากการศึกษาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกโรงเรียน พบว่าสภาพแวดล้อม
ภายนอกเป็นปัจจัย
  ที่เอื้อ หรือเป็นโอกาสในการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียน  
ในด้านสังคมวัฒนาธรรม ผู้ปกครองเอาใจใส่นักเรียน ตระหนักถึงคุณค่าของการให้การ
ศึกษา
  มีเจตนคติที่ดีและไว้วางใจในประสิทธิภาพ การจัดการโรงเรียน อีกทั้งในชุมชน
มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งการเรียนรู้ตามศักยภาพ ด้านเศรษฐกิจ โดยภาพรวมแล้ว
ผู้ปกครองและชุมชนมีฐานะทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี นอกจากนี้โรงเรียนยัง
ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรส่วนท้องถิ่น ประกอบกับพระราชบัญญัติการศึกษาเเห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ เอื้อให้โรงเรียนสามารถดำเนินการพัฒนาการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                                                   ปัจจัยภายใน
                สภาพแวดล้อมด้านปัจจัยภายในโรงเรียน ในส่วนที่เป็นจุดแข็ง ซึ่งเอื้อต่อ
การพัฒนา
  คือ โรงเรียนมีระบบการบริหารการจัดการแบบกระจายอำนาจโดยเน้นการ
มีส่วนร่วม
  มีโครงสร้างและนโยบายดำเนินงานที่ชัดเจนและเป็นระบบ บุคลากรทุกฝ่าย
มีความตั้งใจในการปฎิบัติงาน  ครูมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
   มีระบบการใช่จ่ายเงิน
ถูกต้องตามระเบียบ สามารถตรวจสอบได้
  ทำให้การจัดการศึกษาของโรงเรียนเป็นไป
อย่างมีระบบ
   ในด้านผลผลิตและการบริการ  โรงเรียนประสบผลสำเร็จในการส่งนักเรียน
เข้าแข่งขันศักยภาพส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
  ของนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี
              นักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีอัตราการเรียนต่อ ๑๐๐ %  โรงเรียนมี
จุดอ่อนอยู่บ้าง
  ในด้านของการใช้สื่อและเทคโนโลยีแต่ถือเป็นจุดอ่อนที่สามารถเเก้ไข
ได้
  โดยการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการใช้สื่อและเทคโนโลยี 
โรงเรียนวัดนิโครธาราม จึงเป็นโรงเรียนที่มีสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก  ที่เอื้อ
เเละเป็นโอกาสต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้ได้
  ตามเกณฑ์มาตรฐาน การ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน

                                   ผลการประเมินสถานภาพของสถานศึกษา  
              จากการศึกษาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายในโรงเรียนวัดนิโครธาราม
แล้ว นำข้อมูลมาประเมินสถานภาพ ปรากฎว่าโรงเรียนวัดนิโครธารามมีสภาพภาพภาย
นอกที่เป็นโอกาสเอื้อต่อการพัฒนาและการจัดการศึกษา ส่วนปัจจัยภายในก็เป็นจุดแข็ง
ที่เอื้อและสนับสนุนต่อการบริหารจัดการที่มีการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของ
บุคลากร จึงทำให้โรงเรียนวัดนิโครธาราม

          ๑)  สามารถจัดการศึกษาได้อย่างศึกษามีประสิทธิภาพ
          ๒)  จัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาเเห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ และ

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔
         ๓)  พัฒนานักเรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรม
         ๔) พัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษา
         ๕)  สร้างความตะหนักให้ชุมชนเห็นความสำคัญ และมีส่วนร่วมในการพัฒนา
สถานศึกษา
   
                                         กลยุทธการจัดการศึกษา  
                                            กลยุทธระดับองค์กร  

         ๑) พัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดีคอยเน้นการกระจายอำนาจ และ
การมีส่วนร่วมของบุคลากรภายในโรงเรียน และชุมชน
        ๒) ปฎิรูปกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนา เต็มตามศักยภาพ
        ๓) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
        ๔) พัฒนาครูตามเกณฑ์มาตราฐานวิชาชีพครู
                                           กลยุทธแผนงาน
       ๑) พัฒนาสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้
       ๒) พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ
       ๓) พัฒนาระบบการจัดการและบริการ ด้านสื่อการเรียนการสอนและเทคโนโลยี
ทางการศึกษา
  ให้มีประสิทธิภาพ
       ๔) พัฒนาการจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการสอนที่หลากหลาย โดยเน้นผู้เรียน
เป็นสำคัญ ตามแนวทางปฎิรูปการเรียนรู้

      ๕) ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
       ๖) ส่งเสริมสนับสนุน และประสานงานให้ผู้ปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และชุมชน
  มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
      ๗) พัฒนาคุณภาพของครูให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู

                                 นโยบายและแนวปฎิบัติ

                                               ๑.  นโยบาย

                มุ่งส่งเสริมให้นักเรียนได้ประพฤติปฎิบัติตนอยู่ในศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม
และค่านิยมพื้นฐานอันดีงาม

                                    ๒.เป้าหมายของการปฎิบัติงาน

                 ๑.   การตรงต่อเวลา

               ๒.  การประหยัดและออม

               ๓.  ความอดทนและความขยันหมั่นเพียร

              ๔.  การพึ่งตนเอง

              ๕.  ความรับผิดชอบต่อหน้าที่

                                        ๒.๑.  การส่งเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดี

              ๑.  การเป็นคนมีน้ำใจ

              ๒.  การมีสัมมาคารวะ

             ๓.  การเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต

             ๔.  การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

            ๕.  การรู้จักยกย่องผู้กระทำความดี

                                  ๒.๒.  การเสริมสร้างการเคารพในกฎเกณฑ์กติกา

            ๑.  ปฎิบัติตามกฎและระเบียบวินัยของโรงเรียน

            ๒.  ปฎิบัติตามกฎจราจร

            ๓.  ปฎิบัติตามกฎและระเบียบในสังคม เช่น การเข้าแถวซื้อตั๋ว,การเข้าแถว
รับถาดอาหาร)

                                   ๒.๓.  การเสริมสร้างความรักและยึดมั่นในสถาบัน

           ๑.  พร้อมสละชีพเพื่อสถาบันชาติ

           ๒.  ช่วยกันบำรุงสถาบันศาสนา

           ๓.  เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

              ๒.๔.  การส่งเสริมการปกครองในระบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์
เป็นประมุข

                                         ๓.  วิธีการดำเนินการ

               งานการเสริมสร้างระเบียบวินัย จริยธรรมและคุณธรรมแก่นักเรียน ให้เป็น
หน้าที่ของครูอาจารย์ทุกคนที่จะต้องควบคุมอบรม
ดูแลความประพฤติ ของนักเรียน
ทั้งในห้องเรียน ในคาบเวลาเรียนที่ตนรับผิดชอบหรือนอกเวลาเรียน ให้มีอำนาจและ
หน้าที่ได้เต็มที่ตามความเหมาะสมแห่งสภาพของนักเรียนโดยการที่ดำเนินการนั้นๆ
ไม่นอกเหนือจากอำนาจที่กระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนกำหนดไว้

ระเบียบโรงเรียนวัดนิโครธาราม
ว่าด้วย  นักเรียนโรงเรียนวัดนิโครธาราม
………………………………………………………
หมวด 

ระเบียบทั่วไป

                 ๑.  การแต่งกาย นักเรียนต้องแต่งกายตามระเบียบของโรงเรียนและตาม
ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน

               ๒.  นักเรียนต้องมาโรงเรียนสม่ำเสมอและไม่มาสายคือหลังเวลา   ๐๘.๐๐  น.

               ๓.  นักเรียนต้องขยันหมั่นเพียรไม่หนีเรียน

              ๔.  นักเรียนที่ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ ต้องแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ

              ๕.  นักเรียนต้องเคารพ และเชื่อฟังบิดา มารดา ครู อาจารย์ ทุกคนด้วยกริยาอัน
สุภาพอ่อนน้อม

              ๖.  เมื่อแขกมาเยี่ยมโรงเรียนหรือครู อาจารย์เดินผ่าน นักเรียนต้องยืนตรง

              ๗.  นักเรียนต้องพูดจาสุภาพต่อผู้ใหญ่ตลอดจนถึงนักเรียนด้วยกัน

              ๘.  นักเรียนต้องมีความรักและความสามัคคีต่อกัน และต้องร่วมมือกันในกิจกรรม
ต่างๆของโรงเรียน

              ๙.  นักเรียนต้องไม่ประพฤติตนป็นคนเกเร ทั้งในและนอกโรงเรียน

            ๑๐.  เมื่อยู่ที่บ้านต้องขยั่นหมั่นเพียรในการเล่าเรียนและงานบ้านตลอดถึงไม่เที่ยว
เตร่ในยามค่ำคืนต้องอยู่ในโอวาทของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง

           ๑๑.  .นักเรียนต้องรักษาทรัพย์สมบัติของโรงเรียนของสาธารณะและไม่ทำลายของๆ
ผู้อื่น

           ๑๒.  ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านเองในช่วงเวลาเรียนยกเว้นผู้
ปกครองมาขออนุญาต หรือมีหนังสือถึงครูประจำชั้น

           ๑๓.  ห้ามนักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต

           ๑๔.  นักเรียนต้องเคารพเชื่อฟังและปฎิบัติตามคำตักเตือนของคณะกรรมการนักเรียน

           ๑๕.  นักเรียนจะต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบและแนวปฎิบัติของโรงเรียนโดยเคร่งครัด

หมวดที่ 

ระเบียบว่าด้วยการแต่งกาย

             นักเรียนทุกคนจะต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการและที่
โรงเรียนได้กำหนดไว้ต้องเป็นลักษณะที่สุภาพเรียบร้อย เหมาะสมตามสภาพ ของโรงเรียน

                                             ๑.  นักเรียนชาย

              ๑)  ผม นักเรียนชายห้ามไว้ยาวจนด้านข้าง และด้านหลังยาวเลยตีนผมหรือไว้หนวด
ไว้เครา

              ๒)  กางเกง ให้ใช้ผ้ากากียาวเหนือเข่า เมื่อยืนตรงพ้นกลางสะบ้าหัวเข่าประมาณ   
 เซนติเมตร ส่วนกว้างของกางเกงห่างจากขาประมาณ   ๘ -  ๑๒  เซนติเมตร ปลายขา
พับเข้าด้านในกว้าง   เซนติเมตร ผ่าตรงส่วนหน้ามีกระดุมหรือซิบขัดหรือปิดซ่อนไว้ข้างใน
มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บกางเกงข้างละ   กระเป๋า มีจีบด้านหน้า  ๒ จีบ ไม่มีกระเป๋าหลัง
เวลาสวมให้ทับชายเสื้อให้เรียบร้อย

             ๓)  เสื้อ สีขาวผ่าหน้าตลอด คอเชิ้ต แขนสั้นเพียงข้อศอกสาบที่อกตลบออกด้านนอก
กว้างประมาณ 
  เซนติเมตร กระดุมสีขาวกลมแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน
เซนติเมตร
ด้านซ้ายตอนบนติดกระเป๋า  ๑ ใบ ขนาดกว้าง  
   เซนติเมตร ส่วนตาม
ขนาดของตัวเสื้อ ปากกระเป๋าพับริม ประมาณ     เซนติเมตร

            ๔)  เครื่องหมาย

                   (๑)  ปักสัญลักษณ์ของโรงเรียนตรงกระเป๋าเสื้อ  ด้านขวา  น.ธ.  ด้วยไหมสีน้ำเงิน

                      (๒)  ปักชื่อและสกุลนักเรียนตัวอักษรสูง    เซนติเมตร ด้วยไหมสีน้ำเงิน
ที่อกเสื้อด้านขวา กะระยะห่างพองาม

                  (๓)  เข็มขัด ให้ใช้เข็มขัดลูกเสือ สายเข็มขัดจะต้องไม่ประดับลวดลายใดๆ

                  (๔)  รองเท้า ใช้รองเท้าหุ้มส้นชนิดผูกสาย เป็นผ้าใบสีน้ำตาลไม่มีลวดลายใดๆ
ทั้งสิ้น และห้ามสวมแบบเหยียบส้นรองเท้า

                 (๕)   ถุงเท้า  ให้ใช้ถุงเท้านักเรียนสีน้ำตาล  ไม่มีลวดลายใดๆ  เวลาสวมต้องพับ
ขอบลงพองาม
                   
 
                                        ๒.  นักเรียนหญิง

            ๑)  ผม นักเรียนหญิงห้ามไว้ผมยาวเลยต้นคอ

            ๒)  กระโปรงและเสื้อ นักเรียนชั้นประถมปีที่1-4

                กระโปรง เป็นแบบกระโปรงธรรมดาสีน้ำเงินจีบทบรอบเอว เกล็ดกว้าง   เซนติเมตร
มีสายโยงพาดไหล่เจาะรังดุมตรงปลายทั้งสองข้าง ติดกระดุมสีขาวกลมแบนขนาดเส้น
ผ่าศูนย์กลาง     เซนติเมตร ที่ขอบกระโปรงด้านหน้า    เม็ดกระโปรงยาวประมาณ
กลางเข่า ชายกระโปรงยาวประมาณกลางเข่า ชายกระโปรงพับกว้างประมาณ   เซนติเมตร

               เสื้อ สีขาว แขนสั้นปกแบบฮาวายผ่าหน้าตลอดติดกระดุมด้านซ้ายตอนบน ติด
กระเป๋า 1 ใบ ขนาดกว้าง   ๕-     เซนติเมตร ลึก   ๘ - ๑๐ เซนติเมตร ส่วนตามขนาด
ของตัวเสื้อปากกระเป๋าพับริมประมาณ  ๒เซนติเมตร ใช้ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป ไม่
รัดรูปในกรณีที่นักเรียนหญิง ต้องใช้เสื้อชั้นใน  แบบบราเซียร์ ต้องสวมเสื้อทับในชนิดสีขาว
อีกชั้นหนึ่ง

              
(๑)  ปักสัญลักษณ์ของโรงเรียนตรงกระเป๋าเสื้อ  ด้านขวา  น.ธ.  ด้วยไหมสีน้ำเงิน

               (๒)  ปักชื่อและสกุลนักเรียนตัวอักษรสูง     เซนติเมตร ด้วยไหมสีน้ำเงิน ที่อกเสื้อ
ด้านขวา กะระยะห่างพองาม

                 

                                       นักเรียนชั้นประถมปีที่   ๕ - 

               กระโปรง สีน้ำเงิน จีบแยกข้างละ  ๓ จีบ  เกล็ดกว้าง  ๓ เซนติเมตร ขอบกระโปรงพับ
กว้าง   เซนติเมตร

               เสื้อ สีขาว แขนสั้น คอโปโล ปกบัวแหลม กระเป๋าด้านซ้ายปักสัญลักษณ์ของโรงเรียน
หน้าอกขวาปักชื่อ นามสกุล ด้วยสีน้ำเงิน  ใช้ผ้าขาวเกลี้ยงไม่บางเกินควร ไม่รัดรูป ในกรณีที่
นักเรียนต้องใช้เสื้อชั้นใน แบบบราเซียร์ ต้องสวมเสื้อทับในชนิดสีขาวอีกชั้นหนึ่ง

           ๓)  รองเท้า ใช้รองเท้าหนังหุ้มส้นสีดำ ปลายรองเท้ามน มีสาย รัดหลังเท้า ไม่มีลวดลาย
ส้นสูงไม่เกิน   ๓เซนติเมตร

          ๓)  ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าสีขาว ไม่มีลวดลาย เวลาสวมต้องพับขอบลงมาพองาม

                           ๓.  เครื่องแบบพลศึกษาชั้นประถมปีที่   ๑- ๖
             ๑)  เสื้อ  ให้ใช้เสื้อพลศึกษาสีเหลือง  ตามแบบที่โรงเรียนกำหนด  ทั้งนักเรียนชายและ
นักเรียนหญิง  ที่กระเป๋าเสื้อ  มีตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนติดอยู่
                             
                                                          
             ๒)  กางเกง   ให้ใช้กางเกงวอมสีดำ  ไม่มีลวดลายใดๆ
             ๓)  รองเท้า  ให้ใช้รองเท้านักเรียนปกติ
             ๔)  ถุงเท้า  ให้ใช้ถุงเท้านักเรียนปกติ
            

                                ๔.  เครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี

          ให้ใช้ตามระเบียบของเครื่องแบบเครื่องแบบลูกเสือ   เนตรนารี    
                                   เครื่องใช้ประจำตัวนักเรียน

             ๑.  สร้อยคอ

                   ห้ามใช้สร้อยคอทุกชนิดเพื่อเป็นเครื่องประดับ ยกเว้น กรณีใช้สร้อยคอเพื่อห้อย
พระให้ใช้สร้อยคอแสตนเลสเท่านั้นและให้สอดไว้ในอกเสื้อโดยมิดชิด

             ๒.  ต่างหู

                   หากจำเป็นจะให้ใช้ต่างหูที่เป็นห่วงเล็กๆ ทำด้วยทองคำหรือเงินก็ได้ หรือต่างหูทับ
เม็ดเล็กๆทำด้วยทองคำหรือเงินก็ได้

             ๓.  เครื่องประดับอื่นๆ

                   เครื่องประดับอื่นๆเช่น แหวน สร้อยข้อมือ กำไล ห้ามใช้โดยเด็ดขาด

           หมายเหตุ  นักเรียนคนใดนำเครื่องประดับที่ห้ามใช้มาโรงเรียนโรงเรียนจะเก็บไว้ให้
ปกครองมารับคืนภายใน   วัน หากพ้นกำหนด โรงเรียนถือว่าผู้ปกครองสละสิทธิ์ในเครื่อง
ประดับนั้นจะร้องฟ้องร้องสิ่งของคืนจากโรงเรียนไม่ได้

หมวดที่ 

                           การปฎิบัติตนของนักเรียนเมื่ออยู่ในโรงเรียน
            ๑.  การเข้าแถวและการเดินแถว
                    ๑)  นักเรียนเดินเข้าโรงเรียน  ให้ทำความเคารพคุณครูโดยการไหว้  และกล่าวว่า 
สวัสดีค่ะ/ครับ คุณครู กรณีนักเรียนแต่งชุดลูกเสือ  เนตรนารี  ให้ทำความเคาระตามระเบียบ
ของลูกเสือ
                   ๒)  นักเรียนเดินผ่านพระพุทธรูป  ให้หยุดและทำความเคารพ  โดยการไหว้
                   ๓)  นักเรียนเดินผ่านคุณครู  ให้หยุดทำความเคารพคุณครูโดยการไหว้  และกล่าวว่า 
สวัสดีค่ะ/ครับ คุณครู กรณีนักเรียนแต่งชุดลูกเสือ  เนตรนารี  ให้ทำความเคาระตามระเบียบ
ของลูกเสือ  และกล่าวว่า 
สวัสดีค่ะ/ครับ คุณครู
                  ๔)  นักเรียนที่มาถึงโรงเรียน  หลังจากเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาแล้ว  ถือว่ามาสาย 
นักเรียนที่มาสาย  ให้ขออนุญาตครูเวรประจำวันก่อนทุกครั้ง  เพื่อสอบถามและแนะนำ ตักเตือน
                   ๕)  นักเรียนที่ไม่ลงมาเข้าแถว   ครูเวรประจำวันและคณะกรรมการนักเรียนต้องติด
ตาม  ควบคุมให้เข้าแถวทุกคน 
                  ๖)  การเข้าแถว  เพื่อปฏิบัติกิจกรรมหน้าเสาธง  ให้เข้าแถวหน้าเสาธง  ยกเว้นกรณี
ที่มีเหตุจำเป็น  ให้ครูเวรประจำวันเป็นผู้กำหนด
                 ๗)  เวลาในการจัดกิจกรรมหน้าเสาธง
                     (๑)   เวลา  ๐๘.๒๐  น.  สัญญาณออดยาว  ๑ ครั้ง ให้นักเรียนเก็บขยะหรือทำ
ความสะอาด  ตามที่ได้รับมอบหมาย
                     (๒)  เวลา   ๐๘.๓๐  น.  สัญญาณออดยาว    ครั้ง  นักเรียนเข้าแถวหน้า
เสาธง  ครูเวรประจำวันและคณะกรรมการนักเรียน  ควบคุมดูแลความเรียบร้อยในการจัดแถว
                    (๓)   ครูเวรประจำวันบอก 
เตรียมตัวเคารพธงชาติ
                    (๔)   ตัวแทนนักเรียน  บอก 
เคารพธงชาติ  แถวทั้งหมดตรง
                    (๕)  กองดุริยางค์โรงเรียน  บรรเลงเพลงชาติ
                    (๖)  นักเรียนร้องเพลงชาติพร้อมๆ กัน  ตามทำนองเสียงดนตรี
                    (๗)  ตัวแทนนักเรียนนำสวดมนต์ 
ประนมมือ
                   (๙)  นักเรียนทั้งหมดสวดมนต์  พร้อมๆ  กันกับตัวแทนนักเรียน
              อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ   ภะคะวา
  พุทธัง   ภะคะวันตัง  อะภิวาเทมิ
                                      (กราบ ๑ ครั้ง)
                สวากขาโต  ภะคะวะตา  ธัมโม
   ธัมมัง   นะมัสสามิ
                                    (กราบ ๑ ครั้ง)

สุปะฎิปันโน   ภะคะวะโต   สาวะกะสังโฆ   สังฆัง   นะมามิ
                                   (กราบ ๑ ครั้ง)

                   (๑๐)  ตัวแทนนักเรียนกล่าวนำคำปฏิญาณ   พวกเราเป็นไทย
                   (๑๑)  นักเรียนทั้งหมดกล่าวคำปฏิญาณพร้อมกัน
                อยู่ได้จนถึงทุกวันนี้  ก็เพราะเรามีชาติ  มีศาสนา  มีพระมหากษัตริย์ 
ซึ่งบรรพบุรุษของเรา  เอาเลือด  เอาเนื้อ  เอาชีวิตและความลำบากยากเข็ญเข้า
แลกไว้
             เราต้องสละชีพเพื่อชาติ  เราต้องบำรุงศาสนา  เราต้องเทิดทูน
พระมหากษัตริย์ 
             เรานักเรียน  จะต้องประพฤติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน 
มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น  เรานักเรียนจะต้องไม่ทำตน  ให้เป็นที่
เดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น

                    (๑๒)  ตัวแทนนักเรียนบอก 
ทำสมาธิ

                   (๑๓)  นักเรียนทั้งหมดทำสงบนิ่ง  ประมาณ    นาที
                   (๑๔)  ตัวแทนนักเรียนกล่าว 
พอ 
                   (๑๕)  ตัวแทนนักเรียน รายงานผลการทำความสะอวดของเวรประจำวัน
อ่านข่าว  กล่าวตักเตือนน้องๆ 
                   (๑๖)  ครูเวรประจำวันแจ้งเรื่องเพื่อทราบ  ว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนหรือ
นัดแนะนักเรียน
                (๑๗)  ครูเวรประจำวันบอก  ขยายแถว  เพื่อฝึกกายบริหาร
                   (๒๐)  นักเรียนทุกคนขยายแถวเพื่อฝึกกายบริหาร
                    (๒๑)  ตัวแทนนักเรียนที่ได้รับมอบหมาย  ออกไปหน้าแถวเพื่อนำฝึกกาย
บริหาร  ตามเสียงเพลง
                    (๒๒)  ครูเวรประจำวันบอก 
เข้าห้อง”
                
(๒๓)  กองดุริยางค์บรรเลงเพลง  เพื่อให้จังหวะ  เช่น  เพลงกราวกีฬา
                    (๒๔)  เวลา  09.00  น.  นักเรียนเดินแถวเข้าห้องเรียน

          ๒.  การปฎิบัติเมื่อเข้าเรียน

                       ๑)  นักเรียนเดินแถวถึงห้องเรียน ถอดรองเท้าวางเป็นระเบียบ ในที่ๆ จัดไว้ให้
                  
๒)  นักเรียนเข้านั่งประจำที่  เพื่อรอคุณครูประจำชั้นหรือคุณครูประจำวิชาที่จะเข้าสอน

             ๓.  การปฎิบติเมื่อพักกลางวัน – พักรับประทานอาหาร
                      ๑)  นักเรียนเข้าแถว  รอรับอาหาร    โรงอาหาร

                      ๒)  นักเรียนรับประทานอาหารเสร็จแล้วให้ทิ้งเศษอาหารในภาชนะที่จัดไว้วาง
ถาดอาหารให้ระเบียบ

          ๔.  การเดินแถวไปโรงเรียนวิชาพิเศษ
                    ๑)  นักเรียนเข้าแถวหน้าห้องเรียน  แล้วเดินเป็นแถวเรียงหนึ่งไปตามถนน  ห้าม
เดินลัดสนาม
                    ๒)  หมดเวลาเรียน เดินกลับห้องให้เข้าแถวเรียงหนึ่ง โดยเดินขึ้น-ลง บันได
ชิดขวาเสมอ
            การกลับบ้าน

                   ๑)  เมื่อหมดเวลาเรียนชั่วโมงสุดท้าย  ครูเวรประจำวัน  เข้าพบนักเรียน  เพื่อ
ซักถามปัญหาต่างๆ
                          (๑)  ท่องจำบทเรียนที่คุณครูกำหนดไว้
                          (๒)  สวดมนต์
                    หัวหน้าห้องนำสวดมนต์ 
ประนมมือกราบ” 
                                    (กราบ ๓ ครั้ง)
                         (๓)  หัวหน้าห้องและนักเรียนในห้องว่าพร้อมกัน

อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ   ภะคะวา  พุทธัง   ภะคะวันตัง  อะภิวาเทมิ

                                  (กราบ ๑ ครั้ง)

                สวากขาโต  ภะคะวะตา  ธัมโม   ธัมมัง   นะมัสสามิ        

                                    (กราบ ๑ ครั้ง)

               สุปะฎิปันโน   ภะคะวะโต   สาวะกะสังโฆ   สังฆัง   นะมามิ
                                 (กราบ ๑ ครั้ง)

                    (๔)  หัวหน้าห้องบอก 
นักเรียนทำความเคารพ
                       (๕)  นักเรียนทำความเคารพด้วยการไหว้  กล่าว 
สวัสดีครับ/ค่ะคุณครู
          ๖.  นักเรียนลงไปเข้าแถวที่หน้าเสาธง
                   ๑)  แยกตามประเภทของการเดินทางกลับบ้าน  เช่น  เดินเท้า  รถจักรยาน 
รถยนต์ 
                   ๒)  เมื่อครูเวรประจำวันเห็นว่า  นักเรียนเข้าแถวเรียบร้อยดีแล้ว
                  ๓)   ครูเวรให้การอบรม  นัดแนะ  และบอกให้นักเรียน  ลุกขึ้นเดินกลับบ้าน
ทีละแถวตามลำดับ

หมวด 

ระเบียบว่าด้วยการทำความเคารพ

              ๑.  การปฎิบัติในการชักธงชาติและการเคารพธงชาติ

                       ๑)  ในวันเปิดเรียน ให้ชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาเวลาเข้าเรียนและเชิญธงลง
เวลา  ๑๘.๐๐  น.

                       ๒)  ในวันปิดเรียน ให้ชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาเวลา  ๐๘.๐๐  น.และเชิญธงลง
เวลา  ๑๘๐๐ น

                   ๓)  เวลาก่อนเข้าเรียนตอนเช้า  ให้จัดนักเรียนให้เข้าแถวตามลำดับชั้น  โดยมี
ครูเวรประจำวัน  ครูประจำชั้นและกรรมการนักเรียน  เป็นผู้ควบคุมดูแล
                      ๔)  เมื่อถึงเวลาให้นักเรียน     คน  ตามที่ครูเวรประจำวันได้จัดไว้  เชิญธง
ไปผูกและเตรียมที่จะเชิญธงขึ้น  เมื่อพร้อมแล้วให้ตัวแทนนักเรียนบอก 
เคารพธงชาติ 
แถวทั้งหมดตรง

                     ๕)  กองดุริยางค์บรรเลงเพลงชาติ
                     ๖)  ให้นักเรียนร้องเพลงชาติ  คลอตามเสียงดนตรี  พอเพลงชาติขึ้น  ให้
ผู้ชักธงทางซ้าย  ค่อยๆ ดึงสายธงให้ธงขึ้นสู่ยอดเสาอย่างช้าๆ  ให้สายธงตึง  ส่วนอีก
คนหนึ่งให้ค่อยๆ ผ่อนเชือกสายธง  ผู้ชักธงจะต้องกะระยะธงชาติให้ถึงยอดเสาพอดีกับ
ที่เพลงชาติจบ  เสร็จแล้วผูกสายธงไว้กับเสาธงชาติให้เรียบร้อย

              ๒.  การใช้คำบอกก่อนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

                       ๑)  ในกรณีที่ไม่มีพระบรมรูป หรือพระบรมฉายาลักษณ์อยู่ในที่นั่นด้วยให้ใช้
คำบอกว่า ถวายความเคารพแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แถวตรง แล้วเริ่มร้องเพลง
สรรเสริญพระบารมี จบแล้วนักเรียนขายถวายคำนับ นักเรียนหญิงถอนสายบัว

                       ๒)  ในกรณีที่ไม่มีพระบรมรูป หรือพระบาทฉายาลักษณ์อยู่ในที่นั้น ให้ใช้คำ
บอกว่า
หันหน้าไปทางทิศ (ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)  แถวตรง  ถวายคำนับ แด่
องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
  นักเรียนชายถวาย
คำนับ นักเรียนหญิงถอนสายบัว  เริ่มร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จบแล้ว
                     ๓)  เมื่อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี  จบ 
ถวายคำนับ  นักเรียนชายถวาย
คำนับ นักเรียนหญิงถอนสายบัว

                ๓.  การทำความเคารพโดยทั่วไป

                          ๑)  ให้นักเรียนทำความเคารพด้วยการไหว้ทั้งชายและหญิง ยกเว้นใน
กรณีที่อยู่ในเครื่องแบบลูกเสือ  เนตรนารี

                         ๒)  การทำความเคารพเมื่อครูที่อยู่เวรหน้าประตูโรงเรียนในตอนเช้า และ
ตอนเย็นให้ยกมือไหว้กล่าวคำ  
สวัสดีครับ/คะคุณครู

                        ๓)  การทำความเคารพ  เมื่อมีผู้ใหญ่หรือเมื่อมีบุคคลมาเยี่ยมเยือนโรงเรียน 
เมื่อนักเรียนเดินสวนทาง  ให้ทำความเคารพโดยการไหว้ และกล่าวคำว่า 
สวัสดีครับ/ค่ะ
                       ๔)  เมื่อผู้ใหญ่หรือผู้มาเยี่ยมเยือนโรงเรียน  เข้าพบนักเรียนในห้องเรียน
อย่างเป็นทางการ 
                             (๑)  ให้หัวหน้าห้องบอก  
นักเรียน  ทำความเคารพ
                             (๒)ให้นักเรียนกล่าว 
สวัสดีครับ/ค่ะ
                     ๕)   เมื่อผู้ใหญ่หรือผู้มาเยี่ยมเยือนออกจากห้องเรียน
                            (๑)  ให้หัวหน้าห้องบอก  
นักเรียน  ทำความเคารพ
                            (๒)  ให้นักเรียนกล่าว 
ขอบพระคุณครับ/ค่ะ
                     ๖)  การทำความเคารพเมื่อเข้าพบผู้ใหญ่

                            (๑)  ถ้าเข้าพบครูหรือผู้ใหญ่ขณะที่ยืนให้นักเรียนยืนห่างพอประมาณมือ
ประสาน หรือกำหลวมๆไว้ข้างหน้าต่ำกว่าเอวเล็กน้อยกริยาสำรวม

                           (๒)  ถ้าเข้าพบครู หรือผู้ใหญ่ขณะที่นั่ง ให้นักเรียนนั่งคุกเข่าห่างจาก
โต๊ะ/เก้าอี้ที่ครู หรือผู้ใหญ่นั่งพอสมควร มือประสานหรือกำหลวมๆ ไว้ข้างหน้ากริยาสำรวม

                           (๓)  เมื่อเข้าพบครูหรือผู้ใหญ่ขณะที่นั่งอยู่กับพื้น ให้นักเรียนนั่งพับเพียบ
มือประสานหรือกำหลวมๆไว้ข้างหน้า กิริยาสำรวม

                    ๗)  การทำความเคารพ เมื่อนักเรียนเดินผ่านครูหรือผู้ใหญ่
                         (๑)  ให้ค้อมตัวกิริยาสำรวม

                   ๘)  เมื่อนักเรียนรับของจากครูหรือผู้ใหญ่ ให้นักเรียนทำความเคารพโดยการ
ไหว้และกล่าวคำว่า
ขอบพระคุณครับ/ ขอบพระคุณค่ะ   และให้รับของด้วยมือขวา

                    ๙)  เมื่อนักเรียนส่งของให้ครูหรือผู้ใหญ่ ให้ค้อมตัวเล็กน้อย ใช้มือขวาส่งของ
แล้วยกมือไหว้

           ๔.  การทำความเคารพเมื่ออยู่ในห้องเรียน
                     ๑)  เมื่อครูผู้สอนเข้าสอนในห้องเรียน
                           (๑)  ให้หัวหน้าห้องบอก  
นักเรียน  ทำความเคารพ
                           (๒)  ให้นักเรียนประนมมือ  ก้มหน้าแล้วกล่าวพร้อมๆ  กัน  สวัสดีครับ/ค่ะ
คุณครู

                   ๒)   เมื่อคุณครูผู้สอนออกจากห้องเรียน
                           (๑)  ให้หัวหน้าห้องบอก  
นักเรียน  ทำความเคารพ
                           (๒)  ให้นักเรียนกล่าว 
ขอบพระคุณครับ/ค่ะ  คุณครู
          ๕.  ในวิชาภาษต่างประเทศ การทำความเคารพให้เป็นไปตามประเพณีของ
ชาตินั้นๆ

                   ๑)  กรณีที่นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมอื่น การทำเคารพให้เป็นไปตามระเบียบ
ของกิจกรรมนั้นๆ

             ๖.  เมื่อนักเรียนขออนุญาตไปทำธุระนอกห้องเรียน
                  ๑)  ให้ขออนุญาตกับครูเวรประจำวัน  ให้กล่าวคำขออนุญาต เมื่อครูอนุญาต
ให้แล้วไหว้อีก  ๑ ครั้ง จึงไปได้เมื่อเสร็จธุระเรียบร้อยแล้ว กลับเข้าห้องเรียนให้ยกมือ
ไหว้   ครั้ง แล้วกลับเข้าไปนั่งประจำที่

หมวดที่ 

ระเบียบว่าด้วยการรักษาความสะอาดในโรงเรียน

             ๑. ในห้องเรียน

                       ๑)  ถอดรองเท้า วางไว้บนชั้นวางรองเท้า ให้เป็นระเบียบก่อนเข้าห้องเรียน

                       ๒)  ไม่กระทำสิ่งใดให้ห้องเรียนมีขยะและเกิดความสกปรก

                       ๓)  ทิ้งขยะให้ถูกที่ลงในที่รองรับหรือถังขยะเท่านั้น

                       ๔)  นักเรียนทุกคน มีผ้าขี้ริ้วประจำตัวไว้ทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ และบริเวณ
พื้นที่ของตัวเอง ให้มีความสะอาดอยู่เสมอ

                       ๕)  ในห้องเรียนจัดให้มีเวรรับผิดชอบ รักษาความสะอาดประจำวัน

                       ๖)  อุปกรณ์รักษาความสะอาด ต้องจัดเก็บให้เรียบร้อย มิดชิด และอยู่ในที่
ที่เหมาะสม

             ๒.  การใช้ห้องน้ำ ห้องส้วม

                      ๑)   สวมรองเท้านักเรียนทุกครั้งเมื่อเข้าห้องน้ำ ห้องส้วม

                      ๒)  ใช้ห้องน้ำ ห้องส้วมแยกชายหญิง

                      ๓)  ไม่ทิ้งวัสดุต่างๆลงในโถส้วม

                      ๔)  ไม่เล่นหยอกล้อกันในขณะใช้ห้องน้ำห้องส้วม

                      ๕)  ไม่ขีดเขียนฝาผนังหรือทำความสกปรกอื่นใด

                      ๖)  ราดน้ำก่อนและหลังใช้ห้องส้วมให้สะอาดทุกครั้ง

                      ๗)  ปิดน้ำทุกครั้งหลังจากเปิดน้ำใช้แล้ว

             ๓.  บริเวณโรงเรียน

                       ๑)  มีถังขยะวางประจำไว้หน้าอาคารเรียน โดยแยกประเภทถังขยะเปียกและ
ถังขยะแห้ง

                       ๒)  ห้ามเคลื่อนย้ายถังขยะออกจากบริเวณที่กำหนดไว้

                       ๓)  .ให้ทิ้งขยะลงในถังขยะให้ถูกประเภท ถังขยะเปียกและถังขยะแห้งเท่านั้น

                       ๔)  ให้มีเวรดูแล รักษาความสะอาดเรียบร้อยประจำวัน ในบริเวณรับผิดชอบ
ของตนเอง

หมวดที่ 

แนวปฎิบัติในการเสริมสร้างระเบียบวินัยและจริยธรรม

              ๑.  การรับประทานอาหาร

                     ๑)  รับประทานอาหารตรงต่อเวลาทุกมื้อตามที่กำหนดไว้

                     ๒)  ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร

                     ๓)  นักเรียนเข้าแถวเรียงหนึ่ง รับถาดอาหาร

                     ๔)  กรณีนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ก่อนเริ่มรับประทานอาหารครูประจำชั้น ควร
แนะนำชื่ออาหารในแต่ละวันให้ถูกต้องหรือคำกล่าวอื่นๆ เช่น คำคล้องจอง เพลง ตามความ
เหมาะสม

                    ๕)  ในการรับประทานอาหาร ให้พึงระวังมารยาท ในการรับประทานอาหาร คือ
                           (๑)  ไม่คุยกันในขณะที่อาหารอยู่ในปาก

                           (๒)  ขณะรับประทานอาหารไม่พูดคุยเสียงดัง ไอ หรือจามรดผู้อื่น

                           (๓)  ไม่เคี้ยวเสียงดังและรับประทานอาหารให้หกเลอะเทอะ หรือใช้มือหยิบ
อาหารจากถาดอาหารใส่ปาก

                           (๔)  รับประทานอาหาร ให้ตักอาหารด้วยช้อน

                           (๕)  หากมีความจำเป็น ความมีผ้าเช็ดปาก หรือผ้าเช็ดมือประจำตัว

                           (๖)  ควรรับประทานอาหารทุกอย่างตามที่โรงเรียนจัดให้และหมดทุกครั้ง
ไม่ควรเลือกรับประทานอาหารที่ตนเองชอบเท่านั้น

                           (๗)  เมื่อรับประทานอาหารอิ่มแล้ว ให้นำถาดอาหารไปวางไว้ในที่กำหนดให้

                          (๘)  เศษอาหาร หรือเปลือกผลไม้ต่างๆ ให้ทิ้งลงในที่เตรียมไว้แล้ว
                           (๙)  ควรแปรงฟัน หรือบ้วนปากให้สะอาดทุกครั้ง หลังจากรับประทานอาหาร

                  ๒.  การเข้าห้องประชุมหรือที่ประชุม

                                ๑)  ให้เข้าแถวตามลำดับห้องของชั้นเรียนหน้าห้องประชุม

                           ๒)  นักเรียนเดินแถว คู่ชาย-หญิงเข้าห้องประชุม ไปยืนตามจุดที่กำหนด

                           ๓)  เดินเข้าที่ประชุมเป็นแถว ด้วยความสำรวม พร้อมทั้งกาย วาจา

                           ๔)  ไม่พูดคุย ส่งเสียงเอะอะหยอกล้อ หรือหัวเราะเกินความจำเป็น

                           ๕)  ไม่ลุกเดินเข้า เดินออก ในระหว่างการประชุม

                           ๖)  หากจำเป็นต้องลุกออกไปจากห้องประชุม ให้ทำความเคารพ ประธาน
ที่ประชุมก่อนและกลับมาทุกครั้ง

                          ๗)  ไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการทำลายสมาธิ ของผู้ที่เข้าร่วมประชุม

                          ๘)  หากต้องการซักถามให้ใช้วาจาสุภาพชัดเจน และกล่าวขอบพระคุณ
ทุกครั้งที่ได้รับคำตอบ ตอบคำถามทุกครั้ง

                         ๙)  กรณีที่ประชุมมีพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยให้นักเรียนทุกคนพนมมือ
ไหว้ต่อจากนั้นฟังคำสั่งพิธีกร

                               (๑)  หลังเสร็จการประชุม หรือจากวิทยาการให้การอบรม ให้หัวหน้าบอก 
นักเรียนทำความเคารพ   นักเรียน กล่าว   ขอบคุณครับ/คะ

               ๓.  มารยาทในการปฎิบัติตนในห้องเรียน

                         ๑)  ควรถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องเรียน

                      ๒)  .ไม่ส่งเสียงดังเป็นที่รบกวนผู้อื่น และคุยกันในเวลาเรียน

                      ๓)  การเคลื่อนย้ายโต๊ะ เก้าอี้ ควรใช้วิธียก ไม่ควรลาก

                     ๔)  จัดหนังสือ สมุด และสิ่งของในโต๊ะเรียนให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ

                     ๕)  เมื่อเข้าห้องเรียนแล้ว ให้เตรียมอุปกรณ์การเรียน ไว้ให้พร้อมบนโต๊ะเรียน

                     ๖)  ห้ามรับประทานอาหาร หรือของคบเคี้ยวอื่นในห้องเรียน

                     ๗)  ไม่อ่านหนังสือการ์ตูน หรือนำของเล่นทุกชนิดมาเล่นในเวลาเรียน

                     ๘)  ในเวลาเรียนควรขออนุญาตครูผู้สอนทุกครั้งก่อนเข้าห้องเรียนหรือออก
จากห้องเรียน

                     ๙)  ไม่ขีดเขียน ทำลายหรือหรือทำสกปรกอื่นใดลงบนโต๊ะ เก้าอี้ ฝาผนัง
ประตู หน้าต่างหรือกระดาน

                   ๑๐)  ไม่นำวัสดุอุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆในห้องเรียนมาขว้างปาเล่น

                   ๑๑)   ปิดไฟหรือพัดลมทุกครั้งเมื่ออกจากห้องเรียน

                   ๑๒)  ยกเก้าอี้วางบนโต๊ะทุกครั้ง หลังเลิกเรียนชั่วโมงสุดท้าย

                   ๑๓)  ไม่วิ่งเล่นในห้องเรียน

             ๔.  มารยาทในการปฎิบัติตนนอกห้องเรียน

                     ๑)  ไม่ส่งเสียงดังหน้าห้องเรียนในขณะที่ผู้อื่นกำลังเรียนอยู่

                     ๒)  ไม่วิ่งเล่นบนระเบียงหรือขั้นบันไดอาคารเรียน

                     ๓)  ไม่นั่งหรือยืนบนราวระเบียง ราวบันไดอาคารเรียน

                     ๔)  เข้าคิวเมื่อรอรับ หรือซื้อสิ่งของหรือบริการด้านอื่นๆในลักษณะเดียวกัน

                     ๕)  การยืนตรงระเบียง ควรหันหน้าเข้าหาทางเท้าขณะที่ครูเดินผ่าน

                     ๖)  ไม่ยืนหรือวิ่งเล่นบนโต๊ะ เก้าอี้ บนม้านั่งหินอ่อนหรือที่พักอื่นๆ

                     ๗)  ไม่เดินรับประทานอาหาร และให้รับประทานอาหารหรือดื่มนมในสถานที่
ที่โรงเรียนจัดไว้ให้เท่านั้น

                    ๘)  สวมรองเท้าให้เรียบร้อยทุกครั้งก่อนลงจากอาคารเรียน

            ๕. มารยาทในการพูด

                     ๑)  การพูด ควรพูดด้วยถ้อยคำสุภาพ เหมาะสมกับวัย บุคคลถูกต้องตามกาลเทศะ

                    ๒)  ใช้ภาษากลางในการพูดกับครูและเพื่อนๆ

                   ๓)  ไม่นำชื่อพ่อ ชื่อแม่ มาพูดล้อเล่น

                   ๔)  ไม่พูดเสียงดัง หรือตะโกน ไม่ด่า พูดจาส่อเสียดและใช้คำหยาบ

                   ๕)  ควรพูดจามีหางเสียง (ครับ/ค่ะ)เช่น การตอบคำถามของครู การพูดจากับผู้ใหญ่
หรือเพื่อน

                   ๖)  การกล่าวขอบคุณและขอโทษ

                         (๑)  เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น ได้รับคำชมเชยหรือผู้อื่นให้ของให้กล่าว
ขอบคุณครับ/ค่ะ

                        (๒)  ในกรณีที่ผู้ใหญ่ให้ของควรยกมือไหว้ พร้อมกล่าว ขอบคุณครับ/ค่ะ

                        (๓)  นักเรียนกระทำผิด เช่น เดินชนผู้ใหญ่/เพื่อนหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนให้
ยกมือไหว้และกล่าวคำ   
ขอโทษครับ/ค่ะ

             ๖.  มารยาททั่วไป

                       ๑)  เมื่อผู้อื่นได้รับรางวัล/เกียรติบัตร/ประกาศเกียรติคุณ/ได้รับคำยกย่อง
ชมเชยให้นักเรียนแสดงความยินดี ด้วยการปรบมือ

                      ๒)  ถ้ามีการแนะนำวิทยากร แนะนำครูใหม่ หรือแขกผู้มีเกียรติให้นักเรียน
ทำความเคารพ โดยการยืนตรง ยกมือไหว้พร้อมกล่าว สวัสดีครับ/ค่ะ และหลังจากวิทยากร
ให้ความรู้เสร็จสิ้นแล้วให้ทำความเคารพโดยการยืนตรงยกมือไหว้ และกล่าว ขอบคุณครับ/ค่ะ

                      ๓)  ควรแสดงความมีน้ำใจต่อผู้อื่นตามโอกาส

                      ๔)  ให้ปฎิบัติตามกฎจราจรโดยเคร่งครัด

                      ๕)  ไม่ขโมยของผู้อื่น

                      ๖)  ไม่รังแกผู้อื่น

              ๗.  การเล่นของนักเรียน
                           ๑)  ให้นักเรียนวิ่งเล่นในสนามหน้าเสาธง  และบริเวณสนามเด็กเล่น 
ใต้ต้นจามจุรี

                           ๒)  ห้ามวิ่งเล่นหรือเล่นกีฬาทุกชนิดในอาคารเรียนยกเว้นกรณีกิจกรรม
นันทนาการ ที่อยู่ในการควบคุมของครู

                       ๓)  ห้ามเล่นกีฬาชนิด โลด โผน อันอาจเป็นอันตรายหรือปีนป่ายสิ่งใดๆ
เว้นไว้แต่ได้รับอนุญาตหรือมีครูควบคุมดูแล

                       ๔)  ไม่เล่นเกะกะ ผลักไสผู้อื่น ตลอดจนการเล่นรุนแรงทุกชนิด

                       ๕)  ห้ามเล่นภายในอาคารเรียน หรือในห้องเรียนไม่ว่าเวลาใด นอกจาก
ได้รับอนุญาตจากครู

                       ๖)  ต้องเคารพสิทธิผู้อื่นในการเล่น ไม่ล่วงเกิน กลั่นแกล้ง ข่มขู่หรือบังคับผู้อื่น

                       ๗)  ไม่ทะเลาะวิวาท เมื่อมีเรื่องให้แจ้งครูเวรหรือครูประจำชั้น

                       ๘)  ต้องรักษาความสะอาด ในบริเวณที่เล่น ห้ามทิ้งเศษกระดาษ หรืออื่นๆ
ลงในบริเวณโรงเรียน

                      ๙)  ต้องรับผิดชอบ และรักษาอุปกรณ์การเล่นของโรงเรียนโดยการยืมเล่น
แล้วส่งคืน ถ้าเกิดการสูญหายต้องชดใช้

                    ๑๐)  ไม่นำของเล่นที่ก่อให้เกิดอันตรายมาเล่นในโรงเรียน เช่น วัตถุระเบิด
ของแหลม  ของมีคม เป็นต้น

                   ๑๑)  ขณะเล่นให้ใช้กิริยาที่สุภาพไม่กล่าววาจาหยาบคาย หยอกล้อกันอันอาจ
เป็นสาเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทได้

                   ๑๒)  ไม่เล่นออกกำลังกายหักโหม เพราะอาจเป็นเหตุให้เกิดผลเสียต่อการเรียนได้

                   ๑๓)  ห้ามนำหรือจำหน่ายของเล่น เพื่อการพนัน และห้ามเล่นการพนันทุกชนิด

                   ๑๔)  หลังทำความเคารพธงชาติ เวลา 08.00 น.แล้วให้นักเรียนหยุดเล่น

                   ๑๕)  โรงเรียนได้จัดกิจกรรมนันทนาการหรือการละเล่นอื่นๆในช่วงเวลาพักกลางวัน
นักเรียนพึงปฎิบัติตามกฎ กติกา การเล่นกิจกรรมเหล่านั้นด้วยความมีระเบียบ ถูกต้อง

หมวดที่7

แนวปฎิบัติในการจัดกิจกรรมช่วงพักกลางวัน หลังเลิกเรียนและวันหยุดเรียน

           ๑.  กิจกรรมพักกลางวัน

                    ๑)  จัดกิจกรรมหลายๆรูปแบบ ให้นักเรียนเข้าร่วมตามความถนัด ความสนใจ
ตามเหตุการณ์หรือวันสำคัญ

                   ๒)   กิจกรรมที่จัดต้องเป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้ ความบันเทิง สนุกเพลิด
เพลิน ปลุกจิตสำนึกคุณธรรมจริยธรรมและเห็นคุณค่าของความเป็นไทย

                  ๓)  กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบ ในการจัดกิจกรรมระหว่างพักกลางวัน ผลัด
เปลี่ยน หมุนเวียนกันตามกลุ่มประสบการณ์หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

                ๔)   ให้ฝ่ายกิจการนักเรียนกำหนดตารางการจัดกิจกรรมพักกลางวันเป็นของ
โรงเรียน

        ๒.  กิจกรรมหลังเลิกเรียน

                  ๑)  การจัดกิจกรรมวันหยุดเรียน ทางโรงเรียนจะต้องมีหนังสือของทาง
โรงเรียนแจ้งขออนุญาตเท่านั้น จึงจะให้นักเรียนมาร่วมกิจกรรม

                                                          หมวดที่ 

                                         ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน

            ๑.  การลงโทษ หมายความว่า การลงโทษนักเรียนที่ประพฤติผิดหรือฝ่าฝืน
ระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน โดยมีความมุ่งหมายเพื่อ สั่งสอนให้มีความประพฤติดี
หรือเพื่อให้เข็ดหลาบ

            ๒.  การกระทำผิด หมายความว่า การที่นักเรียนประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบ
ข้อบังคับของโรงเรียน

            ๓.  ทำกิจกรรม หมายความว่า การที่นักเรียนที่กระทำผิด ทำกิจกรรม บำเพ็ญตน
ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง สถานศึกษาหรือสังคม

            ๔.  โทษที่นักเรียนกระทำผิด ควรจะได้รับ

                  ๑)  ว่ากล่าวตักเตือน

                  ๒)  ทำกิจกรรม

                  ๓)  ทำทัณฑ์บน

             ๕.  การลงโทษนักเรียน ผู้ลงโทษจะลงโทษได้ต้องปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้ง
ว่าผู้นั้นได้กระทำผิด และสมควรถูกลงโทษ การลงโทษตามข้อ   ๔.๒  และ  ๔.๓
            ๖.  ก่อนการลงโทษให้ครูผู้ลงโทษเสนอความเห็นพร้อมกับเหตุผลประกอบ
เสนอต่อผู้อำนวยดารโรงเรียน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงให้ลงโทษได้

           ๗.   ห้ามลงโทษนักเรียนด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วย
ความโกรธ หรือมีความพยาบาท หรือลงโทษนักเรียนหรือกำลังมีปัญหากระทบ
กระเทือนใจอย่างแรงและให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนด้วย

                                                          หมวดที่  ๑๐

                                           กิจกรรมวันสุดสัปดาห์
          ๑.  ทุกวันสุดสัปดาห์  ให้ครูจริยธรรม  เรียกประชุมนักเรียน  ในเวลา  ๑๕.๐๐  น.
                ๑)  เพื่อสอบถามปัญหาของนักเรียน
                ๒)  เพื่อตักเตือน ให้คำแนะนำแก่นักเรียน
           ๒.  ให้สวดมนต์ไหว้พระ  ดังนี้
         (๑)  คำนมัสการพระรัตนตรัย

                 (หัวหน้าสวดนำ  ให้ผู้อื่นสวดตาม)

 อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ  ภะคะวา  พุทธัง  ภะคะวันตัง    อะภิวาเทมิ

                                (กราบ ๑ ครั้ง)

                สวากขาโต   ภะคะวะตา  ธัมโม  ธัมมัง     นะมัสสามิ            

                                (กราบ ๑ ครั้ง)

สุปะฎิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ  สังฆัง นะมามิ

(กราบ ๑ ครั้ง)

        (๒)  คำนมัสการพระผู้มีภาคเจ้า 

                (หัวหน้ากล่าวนำ)

                นะโม       ตัสสะ      ภะคะวะโต

                (รับพร้อมกัน)

                อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ

                นะโม       ตัสสะ      ภะคะวะโต   อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ

                นะโม       ตัสสะ      ภะคะวะโต   อะระหะโต   สัมมาสัมพุทธัสสะ

       (๓)  บทสวดสดุดีพระพุทธเจ้า (บทพระพุทธคุณ)

              (หัวหน้ากล่าวนำ)

                อิติปิ        โส            ภะคะวา

               (รับพร้อมกัน)

                อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ

                วิชาจะระณะสัมปันโน  สุคะโต   โลกะวิทู

                อะนุตตะโร   ปุริสะทัมมะสาระถิ

                สัตถา      เทวะมะนุสสานัง   พุทโธ      ภะคะวาติ

               (สวดทำนองสรภัญญะ)

               (หัวหน้ากล่าวนำ)              องค์ใดพระสัมพุทธ

               (รับพร้อมกัน)                               
                                     
สุวิสุทธสันดาน

                ตัดมูลเลสมาร                        บ่  มิหม่นมิหมองมัว

หนึ่งในพระทัยท่าน                ก็เบิกบานคือดอกบัว

ราคี  บ พันพัว                        สุวคนธกำจร

องค์ใดประกอบด้วย              พระกรุณาดังสาคร

โปรดหมู่ประชากร                 มละโอฆกันดาร

ชี้ทางบรรเทาทุกข์                  และชี้สุขเกษมสานต์

ชี้ทางพระนฤพาน                  อันพ้นโศกวิโยคภัย

พร้อมเบญจพิธจัก                 ษุจรัสวิมลใส

เห็นเหตุที่ใกล้ไกล                  ก็เจนจบประจักษ์จริง

กำจัดน้ำใจหยาบ                   สันดานบาปแห่งชายหญิง

สัตว์โลกได้พึ่งพิง                   มละบาปบำเพ็ญบุญ

ข้าขอประณตน้อม                 ศิระเกล้าบังคมคุณ

สัมพุทธการุญ                        ญภาพนั้นนิรันดรฯ

                (กราบ ๑ ครั้ง)

(๔)  บทสวดสดุดีพระธรรม(บทพระธรรมคุณ)

(หัวหน้ากล่าวนำ)

                                      สวากขาโต

(รับพร้อมกัน)

                ภะคะวะตา ธัมโม

                สันทิฎฐิโก               อะกาลิโก

                เอหิปัสสิโก             โอปะนะยิโก

                ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ    วิญญูหีติ

 (สวดทำนองสรภัญญะ)

 (หัวหน้ากล่าวนำ)

                                        ธรรมะคือคุณากร 

 (รับพร้อมกัน)                  ส่วนชอบสาทร

                ดุจดวงประทีปชัชวาล

                แห่งองค์พระศาสดาจารย์     ส่องสัตว์สันดาน

                สว่างกระจ่างใจมล                               

ธรรมใดนับโดยมรรคผล        เป็นแปดพึงยล

และเก้ากับทั้งนฤพาน

สมญาโลกอุดรพิสดาร          อันลึกโอฬาร

พิสุทธิ์พิเศษสุกใส

อีกธรรมต้นทางครรไล           นามขนานขานไข

ปฎิบัติปริยัติเป็นสอง             

คือทางดำเนินดุจคลอง          ให้ล่วงลุปอง

ยังโลกอุดรโดยตรง                               

ข้าขอโอนอ่อนอุคมงค์            นบธรรมจำนง

ด้วยจิตและกายวาจาฯ

                (กราบ ๑ ครั้ง)

 (๕) บทสวดสดุดีพระสงฆ์ (บทพระสังฆคุณ)

       (หัวหน้ากล่าวนำ)           สุปะฎิปันโน

     (รับพร้อมกัน)

                ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ

                อุชุปะฎิปันโน  ภะคะวะโต     สาวะกะสังโฆ

                ญายะปะฎิปันโน   ภะคะวะโต      สาวะกะสังโฆ

                สามีจิปะฎิปันโน     ภะคะวะโต     สาวะกะสังโฆ

                ยะทิทัง    จัตตาริ    ปุริสะยุคานิ  อัฎฺฐะ   ปุริสะปุคคะลา

                เอสะ       ภะคะวะโต             สาวะกะสังโฆ

                อาหุเนยโย

                ปาหุเนยโย

                ทักขิเณยโย

                อัญชะลีกะระณีโย

                อะนุตตะรัง   ปุญญักเขตตัง  โลกัสสาติ

                                                (สวดทำนองสรภัญญะ)

(หัวหน้ากล่าวนำ)

                สงฆ์ใดสาวกศาสดา

(รับพร้อมกัน)                                   รับปฎิบัติมา

                แต่องค์สมเด็จภควันต์

                เห็นแจ้งจตุสัจเสร็จบรร          ลุทางที่อัน

                ระงับและดับทุกข์ภัย            

                โดยเสด็จพระผู้ตรัสไตร        ปัญญาผ่องใส

                สะอาดและปราศมัวหมอง   

                เหินห่างทางข้าศึกปอง          บ มิลำพอง

                ด้วยกายและวาจาใจ

                เป็นเนื้อนาบุญอันไพ              ศาลแด่โลกัย

                และเกิดพิบูลย์พูนผล           

                สมญาเอารสทศพล               มีคุณอนันต์

                อเนกจะนับเหลือตรา

                ข้อขอนบหมู่พระศรา              พกทรงคุณา

                นุคุณประดุจรำพัน                

                ด้วยเดชบุญข้าอภิวันท์          พระไตรรัตน์อัน

                อุดมดิเรกนิรัติศัย  

                จงช่วยขจัดโพยภัย                อันตรายใดใด

                จงดับและกลับเสื่อมสูญ

                                ( กราบ ๑ ครั้ง )

 (๘)  ชยสิทธิคาถา

        (หัวหน้ากล่าวนำ)          พาหุง

        (รับพร้อมกัน)                 สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง

                                                ครีเมขะลัง   อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง

                                                ทานาทิธัมมะวิธินา    ชิตะวา    มุนินโท

                                                ตันเตชะสา  ภะวะตุ    เต  ชะยะสิทธิ  นิจจัง

         (สวดทำนองภัญญะ)

        (หัวหน้ากล่าวนำ)

                 ปางเมื่อพระองค์ปะระมะพุทธ                             ธะวิสุทธะศาสดา

        (รับพร้อมกัน)

                ตรัสรู้อนุตตะระสะมา                                            ธิ ณ โพธิบัลลังก์

ขุนมารสสะพหุพา                                                                 หุ วิชาวิชิตขลัง

ขี่คิริเมขละประทัง                                                                  คชะเหี้ยมกระเหิมหาญ

แสร้งเสกสะราวุธะประดิษฐ์                                                 กละคิดจะรอนราญ

รุมพลพหลพยุหะปาน                                                           พระสมุททะนองมา

หวังเพื่อผจญวะระมุนิน                                                        ทะสุชินราชา

พระปราบพหลหยุหะมา                                                       ระ มเลืองมลายสูญ

ด้วยเดชะองค์พระทศพล                                                      สุวิมลไพบูลย์

ทานาทิธรรมวิธิกูล                                                              ชนะน้อมมะโนตาม

ด้วยเดชะสัจจะวะจะนา                                                        และนมามิองค์สาม

ขอจงนิกรพละสยาม                                                             ชยะสิทธิทุกวาร

ถึงแม้จะมีอริวิเศษ                                                                 พละเดชเทียมมาร

ขอไทยผจญพิชิตะผลาญ                                                     อริแม้นมุนินทรฯ

                                                (กราบ  ๓ ครั้ง)



                                                        
(ลงฃื่อ )    สมศักดิ์    ผลากิจ                                  
                                                              (นายสมศักดิ์     ผลากิจ)
                                                       วันที่    พฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙

                                                                     เด็กนิโคร
                                                              sntng@thaimail.com




โรงเรียนวัดนิโครธาราม

ประวัติโรงเรียนวัดนิโครธาราม article
แผนผังอาคารเรียนโรงเรียนวัดนิโครธาราม article
คุณครูวัลลดา คงสามารถวัฒนา article
โรงเรียนวัดนิโครธาราม article
คณะกรรมการสถานศึกษา article
คณะกรรมการภาคี ๔ ฝ่าย
SAR
จามจุรี สัญลักษณ์ประจำโรงเรียนวัดนิโครธาราม article
แผนผังแสดงที่ตั้งโรงเรียนวัดนิโครธาราม article
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์และปรัชญา article
อาคารเรียนและอาคารประกอบ article
โฮมเพจ ๑ article
โฮมเพจ ๒ article
โฮมเพจ ๓ article
คนดี คนเก่ง article
โรงเรียนวัดนิโครธาราม ในมุมมอง ๓๖๐ อาศา article
ดอกจามจุรี article
มาตรฐาน สมศ.
การบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษา
แผนการควบคุมภายใน article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรงเรียนวัดนิโครธาราม,นิโครธาราม,นิโคร,เด็กนิโคร,ครูนิโคร,หนุ่มนิโคร,สาวนิโคร,ชาวนิโคร,พี่เสือ,เจ้าตัวน้อย,สมนึก,โก้เจ้า,จามจุรี wnikro@gmail.com