ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ลิ้งเพื่อหาประสบการณ์
dot
bulletค้นหากับ google
bulletเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
bulletเว็บไซต์ที่น่าสนใจ
bulletโรงเรียนวัดนิโครธาราม
bulletกระดานถามตอบ
bulletระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
bulletค้นหาระเบียบของทางราชการ
bulletรวมคำสั่งของ สพฐ.
bulletเส้นทางสู่ ครูชำนาญการพิเศษ
bulletดูแผนที่ทางอากาศ (ชัดมาก)
bulletไม่เชื่ออย่าลบหลู่
bulletภาพตรงข้ามของเด็กนิโคร
bulletร่วมสร้างสานตำนานรัก
bulletประกาศสอบราคา
bulletค่าใช้จ่ายในการไปราชการ
bulletมุมอาเซียนของเด็กนิโคร
bulletสุขภาพช่องปาก เด็กทับปุดรักฟัน
bulletบทเรียนวิชาภาษาไทย
bulletตลาดนัดนักเรียน
bulletเสียงครวญจากตัวเลขไทย
bulletพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตฯ
bulletโรงเรียนทับปุดวิทยา
bulletรวมวีดีโอกิจกรรมต่างๆ
bulletโรงเรียนวิถึพุทธ
bulletพี่พลอยสอนศิลป์ Show it off
bulletSAR รายงานคุณภาพการศึกษา
bulletจามจุรีสาร
bulletเทศบาลตำบลทับปุด
bulletค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาฯ
bulletบทอาขยาน ของเด็กนิโครฯ
bulletโครงการอาหารกลางวัน
bulletครูพี่เลี้ยงเด็กพิการเรียนร่วม




มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๐

 
                เรียบเรียงบทกลอนโดย  นายสมนึก  ธนการ  

ตอนที่  ๑๐  เวทนานุปัสสนา  หมวดความรู้สึก
(๑๙๖)  เวทนานุปัสสนา
(๑๙๘)  เวทนาบรรพ  พุทธพจน์

      เสวยสุข  หรือทุกข์  ก็รู้ชัด            รู้ถนัด  รู้ชัด    เวทนา
(๑๙๙)  นิยาม
      มี  “อามิส”  เครื่องล่อ   ก็รู้ว่า        มีเหยื่อมา  ให้หวัง  จึงตั้งใจ
“โลกามิส”  ทางโลก  กามคุณ              คอยเจือจุน  เหยื่อล่อ  เสียงสดใส
รูป  กลิ่น รส  สัมผัส  อายอุ่นไอ           ทุกข์เพราะใคร่  ไม่สม  อารมณ์ตน
“เวทนา”  อารมณ์  ความรู้สึก              ไม่สมนึก  เจ็บปวด  ใครจะสน
ยิ่งสงสาร   ยิ่งเห็น  ความทุกข์ทน        ยิ่งดิ้นรน  ยิ่งจน  ซึ่งหนทาง
เวทนา  มีเกิด  แล้วมีดับ                       มันสลับ  เกิดดับ   มิเว้นว่าง
อายุขัย  เกิดดับ  เหมือนจับวาง            เร็วช้าบ้าง  ตามแต่  เหตุปัจจัย
เวทนา  ทุกข์สุข  หรือสบาย                 ความสุขหาย  ความทุกข์  เข้ามาใหม่
นอนเนือยนิ่ง  แช่เฉย  เป็นอย่างไร      ทั้งกายใจ  สุขทุกข์  เวทนา
หนึ่งร้อยแปด  แบ่งไว้  เพื่อบ่งชี้          สุดท้ายที่  สุขทุกข์  อุเบกขา
(๒๐๙)  จุดมุ่งหมาย
เวทนา  ร้อยแปด  ที่กล่าวมา                นั้นมีค่า  เพียงเหตุ   แห่งปัจจัย
สตินั้น  อำนาจ   เหนือทุกข์สุข            ที่เราทุกข์  เพราะยึด  เพราะหลงใหล
ตั้งสติ  ปล่อยวาง  อย่างตั้งใจ               เจือจางได้   วางได้   ไม่น่าเลย
(๒๐๙)  แนวทางฝึก
      เสวยสุข  รู้ชัด  เสวยสุข                 เสวยทุกข์  รู้ชัด  คำเฉลย
ทุกข์ไม่ทุกข์  ไม่รู้  ก็ยังเคย                  คอยเปรียบเปรย   ให้เห็น  เป็นคำคำ
อย่าเอาความ  เคยชิน  มาเพ่งพิศ         ภาพยึดติด  เต็มตา   มาตอกย้ำ
สิ่งได้ยิน  ได้ฟัง  มาน้อมนำ                 ความทรงจำ  ตัดสิน  ย่อมสิ้นไป
ตั้งใจรู้  เพ่งดู  ความรู้สึก                      ความคิดนึก  แปลเปลี่ยน  ไปทางไหน                                          
(๒๑๑)  ฝึกสังเกตเวทนาที่เด่นประจำตนเอง
      จุดประสงค์  การฝึก  คืออ่านได้     อ่านเข้าใจ  อารมณ์   สิ้นทุกสิ่ง
สุข  ทุกข์  เฉย  รู้ชัด  ตามประสงค์      เจตจำนง  ให้เห็น  เด่นชัดยิ่ง  
ว่าตอนนี้  เราทุกข์  หรือสุขจริง           ปล่อยวางทิ้ง  เดี๋ยวสุข  ทุกข์เข้าหา                               
(๒๑๑)  สังเกตนิสัยทางการคิด
      หันมาดู  ตัวเรา   เรื่องความคิด      มักยึดติด   คำพูด  เสียหนักหนา
ถือคำพูด  เป็นใหญ่  เสมอมา               ดูเหมือนว่า  จริงจัง   และจริงใจ
เรื่องผิดถูก  ทุ่มเถียง  คอเป็นเอ็น         เคยใจเย็น  เคยยอม  เสียที่ไหน
มาบัดนี้  กลับยอม   ทุกสิ่งไป               ผิดวิสัย  คนหนุ่ม   ขี้รำคาญ
ทำอะไร  ทำได้  ทำให้สิ้น                     เพียงได้ยิน  อยากเข้า  ไปประสาน
แม้เคยโกรธ  เคยเกลียด  มายาวนาน    ยอมให้ผ่าน   ยกโทษ  ไม่โกรธใคร
(๒๑๓)  สำรวจรู้สิ่งดึงดูดใจในแต่ละวัยของตนเอง
      สิ่งดึงดูด  ตัวตน   แต่อดีต              ที่เคยขีด  ชีวิต  ให้หลงใหล
เรื่องดื่มเหล้า  เที่ยวเตร่   ก็เปลี่ยนไป    ไม่สนใจ  ทุกอย่าง  วางทิ้งลง
เรื่องความเชื่อ   แค่เชื่อ  เพื่อศึกษา        ศาสนา  ค้นคว้า  มิใช่หลง
ความเป็นจริง   เรื่องราว  พุทธองค์      ก็ยังต้อง  พิสูจน์  หาความจริง
เรื่องความอยาก  ก็อยาก  เพียงน้อยนิด  จากยึดติด  ปล่อยวาง  กลับนั่งนิ่ง
ได้ก็ได้  ไม่ได้  ไม่ประวิง                      ยอมปล่อยทิ้ง  ปล่อยขว้าง  เหมือนตั้งใจ 
(๒๑๕)  ตระหนักในความมีเมตตาของตนเอง
      เมตตาจิต  คือจิต  ไม่มีเวร              ไม่โอนเอน  เบียดเบียน  ใครที่ไหน
ทั้งการพูด  การคิด  ดำเนินไป              ให้อภัย   ทุกอย่าง  หวังนิพพาน
อันตัวเรา  ก็เป็น  เหมือนเช่นนี้             จากคนที่  ไม่ยอม  ทุกสถาน
จากคนที่  มั่นใจ   ทุกเหตุการณ์            สิ่งพ้นผ่าน  ไม่มี  อนิจจัง
(๒๑๖)  ฝึกสังเกตเวทนา  ๓  สุขเวทนา (ความรู้สึกเป็นสุข),ทุกขเวทนา(ความรู้สึกเป็นทุกข์,อทุกขมสุขเวทนา(ความรู้สึกไม่สุข  ไม่ทุกข์)
      ลองพินิจ พิศดู  เป็นอย่างไร           ยิ่งทุกข์ใจ  ความทุกข์  เหมือนถูกขัง
ให้รู้สึก   รู้ชัด  ในภวังค์                         ยังมีหวัง   แม้ว่า  ยังไม่มี
ยังมีจิต  น้อมรับ  กับสิ่งใหม่                 ยอมรับได้   แม้สิ่ง  บดขยี้
ยังยึดมั่น  ถือมั่น  ในความดี                 แม้วันนี้  ไม่เหลือ  อะไรเลย
ยังมีสุข  มีทุกข์  คอยคลุกเคล้า             มีหนักเบา  บางครั้ง  ก็วางเฉย
โทษเขาบ้าง  เราบ้าง  อย่างที่เคย          ยอมเปิดเผย  ยอมรับ  กับความจริง
(๒๑๗)  ฝึกสังเกตเวทนา  ๒  เวทนาทางกายและทางใจ
      เวทนา  ทางกาย  และทางใจ           ยังเป็นไป   กิเลส  ยังคอยสิง
ยังทุกข์บ้าง   สุขบ้าง   มิหยุดนิ่ง          ยังคงวิ่ง   คงเห็น   เช่นผ่านมา
เวทนา  ทางกาย  ร้อน  หนาว  เย็น       เมื่อเกิดเป็น  โรคร้าย  ต้องรักษา
เวทนา  ทางใจ  ร้ายยิ่งกว่า                    แค่ทำหน้า  อมโรค  ก็เวียนหัว
แค่คิดมาก  อาจเป็น   โรคซึมเศร้า         นั่งหงอยเหงา  เศร้าสร้อย  ยิ่งหน้ากลัว
เบื่อ  มารยา  เนือยนิ่ง  ทำร้ายตัว          เคยคิดชั่ว  คิดร้าย  ทำลายตน
(๒๑๗)  ฝึกสังเกตเวทนา  ๕  สุขินทรีย์(ความสบายทางกาย),ทุกขินทรีย์(ความไม่สบาย
            ทางกาย),โสมนัสสินทรีย์(ความสบายทางใจ),โทมนัสสินทรีย์(ความไม่สบายทางใจ), อุเบกขา(ความเฉย)

      ทุกข์ทางกาย  หากไม่  ทุกข์ทางใจ  หนักเท่าไร  ไม่คิด  ก็ไม่สน
ทุกข์ทางใจ  คิดมาก  ต้องผจญ             ทุกข์เหลือล้น  เพราะจิต  คิดไปเอง
ยิ่งคิดมาก  ทุกข์มาก  ยากพ้นทุกข์        เหมือนลมจุก  ขึ้นหู  ไม่กลัวเกรง
ทำเก้งก้าง  วางท่า อย่างนักเลง              ชอบอวดเบ่ง  อวดอ้าง  ทุกครั้งไป
(๒๑๙)  ฝึกสังเกตเวทนา  ๖  ฝึกสังเกตเวทนา  ๑๘
      ทุกสัมผัส  ที่เกิด  จากตา หู              จมูกรู้  ทั้งสิ้น  ลิ้นกายใจ
ย่อมเป็นเหตุ  แห่งสุข  ทุกข์หมองไหม้   สุขทุกข์ได้  เพราะใจ  คอยบงการ
(๒๒๑)  รู้เวทนาให้เหมือนตาเห็นรูป
      ใช้สติ  ตั้งมั่น  เพื่อตรวจตรา           รู้ที่มา  เกิดดับ   ทุกสถาน
เหมือนอย่างตา  เห็นรูป  อย่างชำนาญ  ก่อนพ้นผ่าน  รู้สึก  เวทนา
เวทนา  ไม่มี  สี  กลิ่น  รส                      ใจกำหนด  รู้สึก  สิ่งเรียกหา
ไร้รูปร่าง  นิมิต  มันขึ้นมา                     ทั้งตัณหา  ความอยาก  เกิดจากใจ
สัมผัสสะ  ทางกาย  แม้จะหนัก              ยิ่งจิตผลัก  เจ็บแสบ  แทบหมองไหม้
ความรู้สึก  ไม่นาน   ก็หายไป                 ทุกข์ภายใน  หนักหนา  ทรมาน
ยิ่งเพราะโกรธ  เพราะเกลียด  ยิ่งร้ายนัก     คอยฟูมฟัก  ปรุงจิต  ให้หักหาญ
ยิ่งเห็นชัด  รู้ชัด  ความต้องการ              ยากทัดทาน   ฝึกรู้  เวทนา
ยิ่งอกหัก  รักคุด  สุดหมองเศร้า             หมายจะเอา  ความตาย  เข้ามาหา
อยากจะจบ  ชีวิต   ลงสักครา                 เรียกมันว่า  เวลา  นาทีทอง
ถึงสุดโต่ง  แห่งทุกข์  เวทนา                  ที่เข้ามา  ครอบงำ  จิตเศร้าหมอง
จนมืดมัว  ไม่พร้อม  จะตริตรอง           คิดว่าต้อง  สลาย  ตายอย่างเดียว
ยิ่งครุ่นคิด  ดวงจิต  ยิ่งหมองเศร้า         ทั้งเรื่องเก่า  เรื่องใหม่   คิดแล้วเสียว
คอยบีบรัด  กลัดแน่น  เขม็งเกลียว        แค่เศษเสี้ยว  ความคิด   อยากปลิดปลง
ลองย้อนคิด   เอาจิต  ออกมาตั้ง            สิ่งฉุดรั้ง   ให้ใจ  เข้าไปหลง
เหตุแห่งทุกข์   เกิดแต่  เพราะพะวง      อยากสาบส่ง  ให้พ้น   ก่อนเวลา
เหตุแห่งทุกข์   เกิดแต่  เพราะนึกกลัว   ว่าความชั่ว  เคยสร้าง   กลับมาหา 
เหตุแห่งทุกข์  เกิดแต่  เพราะทำมา       ความชั่วช้า  เคยสร้าง  เคยกระทำ  
เหตุแห่งทุกข์  เกิดแต่   เพราะความอยาก   จึงทุกข์ยาก   เวรกรรม  คอยตอกย้ำ
เหตุแห่งทุกข์  เกิดแต่  กฎแห่งกรรม     คอยตอกซ้ำ  ยื้อยุด  สุดปัญญา
เหตุแห่งทุกข์  เกิดแต่  เพราะความโกรธ   จึงคิดโทษ  คนอื่น  ว่าชั่วช้า
เหตุแห่งทุกข์  เกิดแต่   อวิชชา              ทั้งตัณหา  ต้นเหตุ  ให้เป็นไป
ตาเห็นรูป  ใจคิด  เสน่หา                      ได้ยินมา  เพราะหู  เสียงสดใส
เพราะจมูก   ได้กลิ่น  เหม็นจับใจ         ลิ้นรับได้  รสชาติ   อยากลิ้มลอง
โผฏฐัพพะ  มีกาย  คอยสัมผัส              ยิ่งแน่ชัด  อารมณ์  ประสมสอง
สิ่งที่ใจ  นึกคิด   คอยประคอง               ยังจับต้อง  สัมผัส  ธรรมารมณ์
(๒๒๓)  รู้เวทนาอาศัยอานาปานสติ
      เห็นเด่นชัด  ทุกอย่าง   อยู่ที่ใจ        เกิดดับได้  เวลา  ที่เหมาะสม
ทุกข์เพราะใจ  ตอกย้ำ  จึงตรอมตรม    ทุกข์ระทม  เพราะใจ  แต่ไรมา
ตั้งสติ  รู้ตัว  เร่งกำจัด                           โทมนัส  ระทม  ตรมหนักหนา
ความอยากได้  ความโศก   เศร้าโศกา    ลุกขึ้นมา  เพ่งดู  ลมหายใจ
เวทนา  อยู่ใน  เวทนา                            อภิชชา  ความอยาก  คอยผลักไส
โทมนัส  เศร้าโศก  สูญเสียไป               ยากคุมได้  เพราะเป็น  อนัตตา
ทุกข์เพราะตน  มิใช่  เป็นของตน         อยากหลุดพ้น  ต้องรีบ  เร่งเสาะหา
ชนะอื่น   เพียงแค่  ช่วงเวลา                 ยากยิ่งกว่า  คือการ  ชนะใจ
โอกาสทอง   แห่งทุกข์  เวทนา              นั้นถือว่า   โอกาส   ชนะใส
โอกาสเห็น  ถึงเหตุ  แห่งปัจจัย             ว่าอะไร  คือสุข  เวทนา
จุดศูนย์รวม   อยู่ที่   ลมหายใจ             เริ่มต้นใหม่   กองลม  ที่ศึกษา
ให้เห็นความ  แปลกแยก  แตกออกมา   เหตุเบื้องหน้า  เกิดจาก  เหตุปัจจัย 
(๒๒๖)  รู้เวทนาอาศัยสัมปชัญญะ  ความรู้ตัวทั่วพร้อมก่อนที่จะทำ จะพูด
      รู้สึกตัว   ทุกทาง  ที่ย่างก้าว            นั่งคู้เข้า  เหยียดออก  ใช่หลับใหล
จะกินเดิน  นั่งนอน  ยืนที่ใด                 รู้สึกได้  รู้ชัด  ทุกเวลา
ไม่ประมาท  พากเพียร  อย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อขับเคี่ยว  กับสิ่ง  ที่เรียกหา
เหตุปรุงแต่ง   อาศัย   เวทนา                ดับความล้า  กระหาย  ให้คลายคืน
เวทนา   นั้นเกิด  ขึ้นแล้วหาย               อาศัยกาย  เมื่อกาย   ไม่ขัดขืน
เพราะกายนี้   มีเสื่อม   ไม่ยั่งยืน           จะคอยฝืน  ปรุงแต่ง  คอยลุ่มหลง
มีสติ  รู้ตัว  อยู่ตลอด                            ถือเป็นยอด  เห็นผล  สมประสงค์
เดินจงกรม   สติ   ช่วยเสริมส่ง            ด้วยเจาะจง  ทราบสุข  เวทนา
เห็นเท้าเคลื่อน  เท้ายก  ก้าวแล้วเหยียบ   หากจะเปรียบ   รู้ชัด  รู้ภาษา
สิ่งแวดล้อม  ร่างกาย   คอยนำพา        รู้ชัดว่า  รูปธรรม  เพียงรูปกาย
จิตรู้ชัด   ทุกก้าว   ที่เยื้องย่าง               ยกเท้าวาง  รู้ทาง   ที่มั่นหมาย
รู้สึกตัว  เสมอ   ที่ย่างกราย                  แม้สุดท้าย  ลืมหลง  ต้องเปลี่ยนไป
จิตที่รับ  กระทบ  ย่อมกระเพื่อม         มันมีเสื่อม   แม้เรา  จะทรงไว้
อุเบกขา   เริ่มต้น  ขึ้นมาใหม่               มิให้ใจ  เกิดทุกข์  เวทนา
หากเกิดทุกข์  เพราะทน  อยู่ได้ยาก      ยิ่งลำบาก  ยิ่งต้อง  รีบเสาะหา
เพราะยึดมั่น   ฝังใจ   เสมอมา            คิดไปว่า   อาจต้อง   ให้หมองใจ
ยิ่งหยั่งลึก  ยิ่งเห็น  ความไม่เที่ยง        ยากจะเสี่ยง  ทนยาก  ทนไม่ไหว
มันอึดอัด  ขัดข้อง   เกร็งข้างใน          ยากทนได้   ทุกครั้ง  ที่ผ่านมา
(๒๒๙)  รู้เวทนาอาศัยการพิจารณาธาตุ  ๖ 
      เพราะวิญญาณ   เพราะจิต   คิดปรุงแต่ง   จึงถูกแย่ง   ยื้อยุด  ฉุดเข้าหา
เพราะผัสสะ  เข้าแฝง    เวทนา            เพราะอัตตา  วิญญาณ  นั้นยังครอง
เมื่อวิญญาณ  หลุดออก  จากกายนี้      ธาตุทั้งสี่   ที่เหลือ  จึงหม่อนหมอง
กายแตกดับ  สลาย   เมื่อแลมอง          ยิ่งจับต้อง  กู้คืน  เป็นอื่นไป
โสมนัส  อันเกิด  จากความว่าง           ค่อยปล่อยวาง  เดี๋ยวเดียว  ก็หวั่นไหว
เหตุปรุงแต่ง   ทั้งหลาย  เกิดที่ใจ        เกิดดับได้  เพราะใจ   เช่นเดียวกัน
เหตุปรุงแต่ง   เป็นธาตุ   มิใช่เรา         ไม่ต้องเข้า  ไปยึด  ไปกระสัน
มันจะเกิด  หรือดับ   ช่างหัวมัน          สุดจะกลั้น  แล้วปล่อย  ให้ลอยไป
เพราะตัวเรา   ของเรา   จึงยึดมั่น        มิปล่อยมัน  หลุดลอย  หายไปไหน
ยังฝังราก   ฝังโจทย์  ลึกข้างใน            ยากยอมได้   ตัณหา  อุปาทาน
(๒๓๑)  รู้เวทนาอาศัยอรูปฌาน
      ละความคิด  ความเห็น   เวทนา     หลุดออกมา  จากเรือน  จากสถาน
กายไม่เที่ยง  รู้ชัด   มายาวนาน            สัมผัสผ่าน  เกิดแล้ว  ก็ดับลง
สิ่งที่คิด  ที่หวัง  ที่กระทำ                     เพราะดื่มด่ำ   กับกาย  อย่างลุ่มหลง
เพราะอารมณ์   เป็นเหตุ   ไปเจาะจง    คอยเสริมส่ง  ความคิด  กระทบใจ
คิดถึงงาน  ถึงคน   ที่ไม่รัก                   เกลียดยิ่งนัก   แค่คิด  ก็หวั่นไหว
โทมนัส  ก่อเกิด   ขึ้นทันใด                  ภาพมันใกล้  เห็นชัด   ขึ้นทันที
เมื่อเห็นชัด  ก่อเกิด   โทมนัส               ยากสลัด  หรือคิด   หลบหลีกหนี
อุเบกขา   วางเฉย   หยุดตรงนี้             เพ่งให้ดี  จะเห็น   ความเป็นไป 
เหตุเพราะเรา  ยึดติด   คิดยึดมั่น         ทุกอย่างมัน  ฝังแน่น  ยากเลื่อนไหล
ตัดใจจาก  เลิกคิด   เลิกสนใจ               เปลี่ยนเรื่องใหม่  ภาพนั้น   พลันดับลง
(๒๓๙)  ตัณหา  ๓  กามตัณหา ความอยากในกามคุณ คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส กามารมณ์ภวตัณหา ความอยากได้ อยากมี อยากเป็นและวิภวตัณหา ความไม่อยากได้ ความไม่อยากมี ความไม่อยากเป็น  
      ตัว  “ตัณหา” คือตัว ของความอยาก ละเอียดมาก  เกาะติด   จนลุ่มหลง
ยังถือดี   ยังชอบ   ยังเจาะจง                ยังประสงค์  แช่จม  อยู่ร่ำไป
หนทางออก  จากฌาน  ที่จมแช่           เพ่งจิตแล  จมแช่  อยู่ใช่ไหม
เดินจงกรม  ปล่อยวาง  ออกจากใจ      เพื่อผลักไส   ตัณหา  ที่มาครอง  
                                             เด็กนิโคร
                                         w – nikro.com




ทางสามแพร่ง

ศึกษาธรรมอย่างถูกวิธี
ศึกษาธรรมอย่างถูกวิธี ๓
ศึกษาธรรมอย่างถูกวิธี ๔
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๒
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๓
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๔
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๕
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๖
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๗
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๘
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๑
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๒
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๓
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๔
มหาสติปัฏบานสูตร ตอนที่ ๑๕
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๖
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๗
พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก
พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนท่ี ๓๐
พุทธศาสนาThe Have I Heard ความนำ เพื่อร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑ พระสูติกาล
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒ ลักษณะมหาบุรุษ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓ เทวฑูตทั้ง ๔
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔ เสด็จออกผนวช
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๕ พิจารณาอาหารในบาตร
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๖ ปัญจวัคคีย์ทั้งห้า
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๗ ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๘ ทางสายกลาง หนทางแห่งการตรัสรู้
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๙ นางสุชาดา กับข้าวมธุปายาส
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๐ ทรงชนะพญามาร
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๑ ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๒ ธิดาพญามาร
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๓ เสวยวิมุตติสุข
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๔ ดอกบัวสี่เหล่า
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๕ ปฐมเทศนา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๖ อุบาสิกาคู่แรก
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๗ รากเหง้าแห่งอกุศลและกุศล
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๘ กามคุณ ๕
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๙ โปรดชฎิลสามพี่น้อง
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๐ เวฬุวัน วัดแรกในพุทธศานา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๑ ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๒ วิธีแก้ง่วงของพระพุทธองค์
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๓ วันจาตุรงคสันนิบาต
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๔ เสด็จโปรดพระราชบิดา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๕ ฝนโบกขรพรรษ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๖ โปรดพระนางพิมพาและราหุล
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๗ ไม่มีสิ่งใดรัดตรึงใจบุรุษเท่าสตรี
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๘ พึงชนะความโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๙ ความไม่เที่ยงของสังขาร
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๐ พระอานนท์ พระพุทธอุปัฏฐาก
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๑ ประกาศนียกรรมพระเทวฑัต
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๒ พระเทวฑัต ผู้ทำสังฆเภท
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๓ พระเทวฑัต ถูกแผ่นดินสูบ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๔ พระเจ้าอชาติศัตรู ผู้สำนึกบาป
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๕ พระเจ้าสุทโธทนะ บรรลุพระอรหันต์
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๖ ครุธรรม ๘ ประการ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๗ เสด็จโปรดพุทธมารดา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๘ มาคันทิยะพราหมณ์
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๙ โปรดเวรัญชพราหมณ์
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๐ พญาช้าง "ปาลิไลยกะ"
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๑ ธรรมวินัยจะเศร้าหมองหรือรุ่งเรือง
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๒ อหิงสกะหรือองคุลีมาล
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๓ ท้าวผกาพรหม ผู้เห็นผิดเป็นชอบ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๔ ทรงแสดงนิมิตโอภาส
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๕ พญาวัสวดีมาร ทูลขอให้ปลงอายุสังขาร
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๖ "สุกรมัทวะ" อาหารมื้อสุดท้าย
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๗ "ปุกกุสะ" ถวายผ้าสิงคิวรรณ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๘ สถานที่ระลึกถึงพระพุทธองค์
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๙ "สุภัททะ" พระสาวกรูปสุดท้าย
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๕๐ โอวาทสุดท้ายก่อนดับขันธ์ปรินิพาน
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๕๑ พิธีถวายพระเพลิงและจัดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ
พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนที่ ๔๙
มุมอาเซียน
ครอบครัวอบอุ่น ๓
ครอบครัวอบอุ่น ๒
ครอบครัวอบอุ่น ๑



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรงเรียนวัดนิโครธาราม,นิโครธาราม,นิโคร,เด็กนิโคร,ครูนิโคร,หนุ่มนิโคร,สาวนิโคร,ชาวนิโคร,พี่เสือ,เจ้าตัวน้อย,สมนึก,โก้เจ้า,จามจุรี wnikro@gmail.com