ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ลิ้งเพื่อหาประสบการณ์
dot
bulletค้นหากับ google
bulletเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
bulletเว็บไซต์ที่น่าสนใจ
bulletโรงเรียนวัดนิโครธาราม
bulletกระดานถามตอบ
bulletระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
bulletค้นหาระเบียบของทางราชการ
bulletรวมคำสั่งของ สพฐ.
bulletเส้นทางสู่ ครูชำนาญการพิเศษ
bulletดูแผนที่ทางอากาศ (ชัดมาก)
bulletไม่เชื่ออย่าลบหลู่
bulletภาพตรงข้ามของเด็กนิโคร
bulletร่วมสร้างสานตำนานรัก
bulletประกาศสอบราคา
bulletค่าใช้จ่ายในการไปราชการ
bulletมุมอาเซียนของเด็กนิโคร
bulletสุขภาพช่องปาก เด็กทับปุดรักฟัน
bulletบทเรียนวิชาภาษาไทย
bulletตลาดนัดนักเรียน
bulletเสียงครวญจากตัวเลขไทย
bulletพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตฯ
bulletโรงเรียนทับปุดวิทยา
bulletรวมวีดีโอกิจกรรมต่างๆ
bulletโรงเรียนวิถึพุทธ
bulletพี่พลอยสอนศิลป์ Show it off
bulletSAR รายงานคุณภาพการศึกษา
bulletจามจุรีสาร
bulletเทศบาลตำบลทับปุด
bulletค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาฯ
bulletบทอาขยาน ของเด็กนิโครฯ
bulletโครงการอาหารกลางวัน
bulletครูพี่เลี้ยงเด็กพิการเรียนร่วม




มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๑

 
                เรียบเรียงบทกลอนโดย  นายสมนึก  ธนการ  

ตอนที่  ๑๑  จิตตานุปัสนา  หมวดจิต
(๒๓๖)  จิตตานุปัสสนา  การตามกำหนดรู้จิต
(๒๓๘)  จิตตบรรพ  พุทธพจน์    

      ปฏิบัติ   อย่างไร   ให้เห็นจิต          ความนึกคิด   เพ่งจิต  เข้าไปมอง
มีราคะ  หรือไม่  ใคร่จับต้อง                อยากไปลอง   เจาะจิต  คิดอย่างไร
มีโทสะ  โมหะ  จิตหดหู่                       ยิ่งอยากรู้  ฟุ้งซ่าน   มากแค่ไหน
จิตหลุดพ้น  ก็รู้  ว่าจิตไป                     จิตอาศัย   ก็รู้   ว่าจิตมี
(๒๔๐)  นิยาม
      อวิชชา  ตัณหา  อุปาทาน               ฝึกมองผ่าน  สติปัฏฐานสี่
ความยึดมั่น  ถือมั่น  ในกายนี้              ความยินดี  รู้สึก  เวทนา
จิตในจิต  นึกคิด  ธรรมในธรรม          นิวรณ์ย้ำ  กางกั้น  ปรารถนา
เพราะไม่เที่ยง  ล้วนเป็น  อนัตตา        เพียงเกิดมา  เดี๋ยวเดียว  ก็ดับไป
เท่าที่รู้  ว่าจิต  ที่ครองกาย                   คือวายร้าย  ตัวร้อน  ตัวอ่อนไหว
ทั้งราคะ  โทสะ  เป็นเหมือนไฟ           พร้อมเผาไหม้  เกิดทุกข์  เวทนา
ร้อนเพราะชาติ  ชรา  มรณะ                ต้องผัสสะ   เพราะจิต   คอยอิจฉา
ร้อนทั้งหลาย  เพราะใจ  คอยนำพา     ตัดปัญหา  ตัดใจ  ไม่ใยดี
เมื่อหลุดพ้น  ย่อมเกิด  ฌานหยั่งรู้       พรหมจรรย์อยู่  สิ้นแล้ว  เหมือนชิ่งหนี
ข้อสังเกต  ความต่าง  พระสูตรนี้         เริ่มจากที่  มโน  ผูกกับจิต 
สิ่งกระทบ เมื่อต้อง  ได้สัมผัส             ย่อมรู้ชัด   เพราะเกิด  ความนึกคิด
เพราะมีใจ  รับรู้  ถึงนิมิต                     ที่ผูกติด  กับจิต  และวิญญาณ
เพราะโมหะ  ความหลง  ความไม่รู้      จึงหลงอยู่   หลงคิด  หลงประสาน
กล่อมมโน  ลุ่มหลง   ตามต้องการ       หนีไม่ผ่าน   ยังหลง  ในกรงเดิม
เมื่อเห็นจิต  ในจิต  แล้วเบื่อหน่าย        จิตจะคลาย  จากจิต  ที่ฮึกเหิม
เชื้อราคะ  โทสะ  ที่คอยเติม                  โมหะเพิ่ม  รู้ชัด  ตัดทิ้งไป
มันเกิดดับ  เกิดดับ  ทุกเศษเสี้ยว          นาทีเดียว  ร้อยเรื่อง  เกิดดับได้
อนิจจัง  ทุกอย่าง   เปลี่ยนว่องไว         อย่าปล่อยใจ  ให้หลง  พะวงเลย                               
(๒๔๕)  จุดมุ่งหมาย
      ทุกสภาพ  ของจิต  ล้วนไม่เที่ยง    เป็นแต่เพียง  ปรุงแต่ง  มาเฉลย
ไร้ตัวตน  เหมือนคน   ไม่คุ้นเคย         เมื่อเปิดเผย  เพียงแค่  อุปาทาน                            
(๒๔๖)  แนวทางฝึก
      การฝึกจิต  ฝึกรู้  ตอนปรากฏ        มิใช่หมด  ค่อยฝึก  ค่อยนึกอ่าน
ฝึกตอนเกิด  ราคะ  เข้าระราน             ฝึกตอนผ่าน  โทสะ  เข้ามาครอง
ฝึกตอนเกิด  โมหะ   จิตหดหู่               ฝึกตอนรู้   ฟุ้งซ่าน  ตอบสนอง
ฝึกตอนที่  จิตใจ  คึกคะนอง                ยิ่งลำพอง  ยิ่งรู้  ยิ่งดูดี
เมื่อจิตใจ  แน่วแน่  และตั้งมั่น             ฝึกตอนมัน   ฮึกเหิม  อย่าหลีกหนี
หากทำได้  ผ่านได้  หลุดทันที              แม้สิ่งนี้  ทำยาก   แต่อยากลอง
(๒๔๘)  อุปสรรคในการรู้สภาวะจิต
(๒๔๘)  การขาดทานบารมี

      เอาแต่ให้  หลายคน  ว่าเสียเปรียบ หากจะเทียบ  หลายคน  ยังขัดข้อง
ยิ่งตระหนี่  แน่นหนา  หยิ่งจองหอง    หยิ่งลำพอง  ขาดทาน  บารมี 
แต่การให้  สบาย  ใจปลอดโปร่ง          หายใจโล่ง  อย่างน้อย  ได้ไมตรี
อานิสงค์  “ทานจิต”  ความยินดี          ความสุขนี้  เยือกเย็น  สบายใจ
เพราะตัณหา  ความอยาก  หรือความโลภ   ความละโมบ  ก่อทุกข์  ต้องฝึกให้
ให้ทรัพย์สิน  ให้ทาน  ให้อภัย              เหมือนลดไฟ  โมหะ  โทสะลง
“ธรรมทาน”  คือทาน  บริสุทธิ์            เหมือนเทียนจุด  ปัญญา  แล้วคอยส่ง
 ผู้รับแสง  ปัญญา   ยิ่งมั่นคง                แม้ป่าดง   สว่าง  ทางปัญญา                          
(๒๕๑)  การมีศีลบกพร่อง
      แค่รู้ลม  หายใจ  เข้าหรือออก         สามารถบอก  รู้กาย  เวทนา
แต่เรื่องจิต  ไม่รู้  ไม่ประสา                 สำคัญว่า  อาจเพี้ยน  เปลี่ยนแปรไป
มีตัณหา  ราคะ  อยู่ตอนนี้                    ตอบทันที  อาจหลอก  ก็เป็นได้
เคยฆ่าสัตว์   มามาก  ยังบอกไม่           ปากต่างใจ  กลับกลอก  หลอกลวงกัน
การฝึกรู้  ราคะ  และโทสะ                    ทั้งโมหะ  ฝึกรู้  กลับหลังหัน
เกิดโมโห  ฉุนเฉียว  เลิกทันควัน           คิดว่ามัน  ยุ่งยาก  มากเรื่องราว
ดับอารมณ์  ย้อมใจ  อยากดื่มเบียร์       ไม่อยากเสีย  ตัดใจ   กลัวเรื่องฉาว
เพราะความอยาก เกิดขึ้น เป็นเรื่องราว   ตัดใจกล่าว  ขอบคุณ  ด้วยไมตรี                       
 (๒๕๒)  การขาดสมาธิ
      สมาธิ   ความเกร็ง  ทุกข์กังวน       หมั่นฝึกฝน  ฝึกตน  จนได้ที่    
ยุงมันกัด  เมื่อยขบ   แมลงหวี่             ชวนให้ตี  ให้ตบ  รบกับมัน
ตัดให้ได้   อย่ายอม   ให้กระเจิง           แม้กองเพลิง  จะสุม  รุมอย่าหวั่น
จิตในจิต   รู้ชัด   สิ่งกีดกัน                   รู้เท่าทัน  ทุกครั้ง  ตั้งใจทำ                                  
(๒๕๔)  การมองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างเวทนากับสภาวะจิต  ความนึกคิด  ความรู้ความฉลาดในการตีความให้เข้าใจ
       สิ่งถูกรู้  ทั้งหลาย  ล้วนไม่เที่ยง     ล้วนเป็นเพียง  แค่ผล   ที่ตอกย้ำ
ไม่มีหน้า  มีตา   ให้จดจำ                      มีแต่คำ   พูดล้อ  ให้พอใจ
เวทนา  รู้สึก  ความนึกคิด                     เหมือนผูกติด  ยามสุข  ก็สดใส
ราคะจิต   ก่อเกิด  ขึ้นภายใน                มองเห็นได้  สีหน้า   และท่าทาง
ยามมีทุกข์   พร่ำเพ้อ  น่ารำคาญ          ใครเดินผ่าน   สีหน้า  นัยน์ตาขวาง 
อันไหนเด่น   ก็เห็น  เป็นตัวอย่าง         ผลตกค้าง   จดจ่อ   ไม่พอใจ       
(๒๕๕)  ความสับสนระหว่างอทุกขมสุขเวทนากับสภาวจิต
      เมื่อไม่ทุกข์  ไม่สุข  เวทนา             อยากรู้ว่า   สีหน้า  เป็นไฉน
ความรู้สึก   เฉยเฉย   เป็นอย่างไร         ยากรู้ได้   ความหลง   ยังคงมี                            
(๒๕๖)  ความเชื่อเกี่ยวกับการเกิดดับเร็วของจิต
      จิตเกิดดับ   รวดเร็ว  ยากจะเทียบ   หากจะเปรียบ  ทุกเสี้ยว  วินาที
ดวงหนึ่งเกิด  อีกดวง  ก็หลบลี้              ดวงจิตนี้  จึงเป็น  อนิจจัง
มิได้อยู่  คงตัว  อยู่กับที่                         มิได้มี  ตัวตน   ให้ถูกขัง
เกิดขึ้นแล้ว  ดับไป  เสียทุกครั้ง             มิหยุดยั้ง   ทุกเสี้ยว  วินาที
แต่เพราะจิต   ปรุงแต่ง  อุปาทาน           เพียงก้าวผ่าน   ปรุงแต่ง  แล้วบ่งชี้
เกิดความทุกข์  โศกเศร้า   มาย่ำยี           ถึงขั้นที่  คิดร้าย  ทำลายตน
(๒๕๗)  หลักการปฏิบัติเบื้องต้น
      ทำอย่างไร  ให้รู้  ถึงความคิด           ก่อนที่จิต  เหือดหาย  เหมือนล่องหน
สำคัญยิ่ง  ก่อนจิต   จะดับพ้น               ลองคิดค้น   เหตุเกิด  แล้วดับไป
คอยจ้องจับ  เมื่อเกิด  ขึ้นกับจิต            คอยนึกคิด  เมื่อจิต  มันเลื่อนไหล
ค่อยค่อยจับ   ว่าจิต  คิดอย่างไร            ค่อยค่อยไต่   ก่อนจิต  จะดับลง
รู้ตอนนี้  จิตมี   ราคะอยู่                        แล้วชั่วครู  ราคะ  เป็นผุยผง
ไร้ราคะ   เพราะจิต   คิดปลดปลง          เหตุหนุนส่ง   เพราะจิต  คิดตกไป
เคยรู้ตัว  ทั่วพร้อม  บางขณะ                 นิ่งเหมือนจะ  นิ่งว่าง  เกิดขึ้นใหม่
พอกายนิ่ง  แต่จิต   กลับเคลื่อนไหว       จิตวิ่งไว  แต่กาย   กลับนิ่งเฉย
หรือทั้งกาย  ทั้งจิต   ยังคงนิ่ง                ไม่ไหวติง  อะไร  เอาเสียเลย 
เกิดความว่าง  ภายใน  อย่างมิเคย          เริ่มเปิดเผย   เริ่มห่าง  อุปาทาน
สภาวะ  สักแต่  ความนึกคิด                  เมื่อดวงจิต   เกิดดับ   สอดประสาน  
เริ่มถอยแรง  ยึดเหนี่ยว   ตามต้องการ   ความคิดอ่าน  เริ่มเห็น  เป็นอื่นไป
สิ่งเคลื่อนไหว ภายนอก ล้วนแต่เปลือก  หากจะเลือก  มีจิต  ที่เคลื่อนไหว
หากจิตนิ่ง  ทุกอย่าง  สิ้นเยื้อใย               โลกทั้งใบ  เหมือนว่าง  ร้างผู้คน
จิตเกิดดับ   ไร้สิ้น  ซึ่งแก่นสาร               แค่ทางผ่าน   ปรุงแต่ง   ให้สับสน
กฎสามข้อ   ลืมสิ้น   เคยท่องบ่น            สิ่งสืบค้น   ศึกษา   มีมากมาย
เพียงสังเกต  ให้เห็น  ความเป็นไป          ว่าสิ่งใด  เกิดดับ  จับแล้วคลาย                                                 
เพียงรับรู้  ว่าอยู่  หรือว่าหาย                  เกิดแล้วตาย  ปล่อยวาง  อย่างตั้งใจ
อย่าครุ่นคิด  เพียงแค่  ตระหนักรู้           ว่าจิตอยู่   เกิดดับ   ที่จุดไหน
อย่าคาดหวัง  คาดคั้น   หมั่นทำไป         อย่าห่วงใย   เกิดดับ   รับรู้มัน
แม้ราคะ  โทษน้อย  แต่คลายช้า              โทสะกล้า  มากมี    โทษมหันต์
แต่คลายเร็ว   เดี๋ยวเดียว  ก็กลับกัน         โมหะนั้น  โทษมาก  ยากจะคลาย
(๒๖๐)  การกำหนดรู้ราคะจิต 
(๒๖๐)  ลักษณะของราคะ

      ความกำหนัด  ยินดี  ในรูปเสียง        กลิ่นรสเพียง  สัมผัส   ก็จางหาย
หลงติดใจ  ย้อมใจ  มิเว้นวาย                  ราคะร้าย  ดึงดูด   เข้าหาตัว    
ราคะกล้า  หน้ามืด  ไม่เห็นแล้ว               จะวางแนว  วางกรอบ  ไว้รอบรั้ว
อนิจจัง  ทุกขัง  ไม่นึกกลัว                      เพราะเมามัว  ราคะ   เกินละวาง                          
(๒๖๑)  วิธีกำหนดรู้
      ควรแยกแยะ  ให้ออก   ทุกขณะ        จิตราคะ   ที่เกิด   คอยขัดขวาง
ยังเพียงแผ่ว   เข้าถึง   จุดชี้วาง               หรือเก้งก้าง  เกินกว่า  จะเข้าใจ
ได้ยินเสียง   ได้กลิ่น  ได้เห็นหน้า           เห็นเพียงผ้า  ของนาง  ก็สดใส
หรือต้องถึง  จับต้อง  ถึงเนื้อใน              รับรู้ได้  ไม่เร่ง   หรือเพ่งเกิน
หากไม่หาย  ครุ่นคิด   จิตกระสัน           หรือถึงขั้น   จิตลอย  คอยสรรเสริญ
ย่อมเป็นเหตุ  แห่งทุกข์  สุขจนเพลิน     หรือบังเอิญ  ถึงขั้น   ต้องบันลัย
เสียเงินทอง   ของรัก  ของสงวน            ต้องเสียนวล  ลุ่มหลง   ต้องหมองไหม้
เพราะเหยื่อล่อ  ตัวเดียว   ต้องเสียไป     ต้องเสียใจ  เสียสุข   ทุกข์ทวี
เพียงพินิจ  พิศเห็น   ความไม่เที่ยง        เราต้องเสี่ยง  มากมาย  ขนาดนี้
ก่อนจะเกิด  เรื่องราว  ที่ไม่ดี                  หยุดทันที   จะเห็น  ความเป็นไป
จากเคยทุกข์  รุกเร้า   เข้ามาหา               กลับเป็นว่า  หยุดนิ่ง  หายสงสัย
เมื่อปล่อยวาง   ความว่าง   เข้าภายใน     สบายใจ   จิตนิ่ง   เกิดปัญญา
(๒๖๔)  การกำหนดรู้โทสะจิต
(๒๖๔)  ลักษณะของโทสะ

      อันโทสะ  อารมณ์  ที่รุนแรง             มิใช่แกล้ง  ความโกรธ   มันขึ้นหน้า
จะหน้าอินทร์   หน้าพรม  ไม่นำพา        ตะโกนด่า   รุนแรง  แกล้งทุบตี
อาละวาด  ย่ามใจ  ถึงเข่นฆ่า                   ฟาดงวงงา   กระหาย  ไม่เป็นที่
ลองสังเกต   ความโกรธ  ดูอีกที               เหตุแค่นี้  ควรโกรธ   หรืออย่างไร
ปัญญาเห็น   ความโกรธ   มันรุนแรง       ความขัดแย้ง  เกาะติด   เป็นนิสัย
หรือเพียงแค่   ด่าแล้ว   มันสะใจ              เลยปล่อยให้   เป็นไป   ตามต้องการ

รู้เท่าทัน   ความโกรธ   ยังครุกรุ่น            จะได้ลุ้น  ปัญญา  ปลงสังขาร
วินาที  เศษเสี้ยว   โกรธรังควาญ              ว่าจะผ่าน   หรือว่า  ยิ่งเสื่อมโทรม                      
(๒๖๖)  วิธีกำหนดรู้    
      เฝ้าสังเกต  แรกเริ่ม   ของโทสะ          สติจะ  หลุดหาย   เมื่อหักโหม
มักเต้นแร้ง  เต้นกา   พร้อมจู่โจม             ยอมพังโครม   ยอมหัก   ไม่ยอมงอ
ความหงุดหงิด ขัดเคือง เรื่องหยุมหยิม    แค่เรื่องยิ้ม   ไม่ตอบ   ยังหน้าหงอ
เกิดปั่นป่วน  วุ่นวาย  เกินรั้งรอ                สังเกตพอ  รู้เห็น  เป็นอุบาย   
ว่าจิตนี้  เป็นแค่   อนิจจัง                         เกิดทุกครั้ง   ไม่นาน   ก็เลือนหาย
เพราะความโกรธ  ทุ่มเท  ยอมตัวตาย      แต่สุดท้าย   ไม่เหลือ  เพื่ออะไร
มันเป็นสิ่ง   แปลกปลอม   เข้ามาหา         ให้ราคา   มากเกิน   จึงหวั่นไหว
ความอับอาย  ความกลัว  เศร้าเสียใจ        ความหมองไหม้  ในจิต   อนิจจัง
มองโทสะ   เพียงแค่  ความนึกคิด            รู้สึกผิด  มากมาย  เหมือนถูกขัง
ไร้ตัวตน   เหมือนคลื่น  กระทบฝั่ง           แต่ทุกครั้ง  ทำร้าย   ทั้งกายใจ 
(๒๖๘)  การกำหนดรู้โมหะจิต
(๒๖๘)  ลักษณะของโมหะ

      ความเห็นผิด  ทั้งหลาย   เรียกโมหะ   ลักษณะ หลงผิด  หรือหลงใหล
เชื่อสิ่งที่  รู้มา   เลยว่าไป                           คิดย้อนใน   อดีต  คิดบานปลาย
อนาคต   คาดหวัง  จนเหม่อลอย              จิตหย่อนคล้อย  กลัดกลุ้ม  เรื่องหลากหลาย
ปัจจุบัน   ความจริง  มีมากมาย                ล้วนเข้าข่าย   โมหะ   เข้าระราน
ไม่เชื่อบุญ  เชื่อบาป  ผลแห่งกรรม           ทำระยำ  อวดดี  แถมเกียจคร้าน
ทั้งหูเบา  เชื่อง่าย  ชอบระราน                  คิดว่าผ่าน  ความจริง  หยิ่งเกินไป 
ไม่รู้ตาม  ความจริง  ปัจจุบัน                   ไม่รู้มัน  เปลี่ยนแปลง   มากแค่ไหน
ยังจมปลัก   ยึดมั่น   อย่างฝังใจ                เรื่องราวใน   อดีต  ไม่เปลี่ยนแปลง       
(๒๗๐)  วิธีกำหนดรู้
      ความลังเล  สงสัย  ความใคร่รู้            ล้วนคงอยู่   โมหะ  ของแสลง
เพราะความจริง  อย่างไร  ยังไม่แจ้ง        ทำเสแสร้ง   แกล้งทำ   ให้ช้ำใจ
(๒๗๓)  การกำหนดรู้จิตหดหู่และจิตฟุ้งซ่าน
(๒๗๓)  ลักษณะของจิตหดหู่และจิตฟุ้งซ่าน

      เมื่อ  “จิตตก”  อะไร  ก็เสื่อมถอย       จิตเลื่อนลอย  “ท้อแท้”  ย่อมหวั่นไหว
จิตหดหู่  ฟุ้งซ่าน   หมดอาลัย                  จิตวิ่งไกล   เกินกู่  สู่ภวังค์
(๒๗๙)  วิธีกำหนดรู้ 
      จิตหดหู่  ต่างจาก  จิตฟุ้งซ่าน            จิตงุ่นง่าน  อ่อนไหว  ไร้ความหวัง
จิตหดหู่   คือจิต  ไร้พลัง                          ทุกอย่างพัง   ไม่เหลือ  แม้เยื่อใย
จิตฟุ้งซ่าน   พร่ำเพ้อ  หลายร้อยเรื่อง      อาจสืบเนื่อง  จากจิต   ที่อ่อนไหว
อาจสลับ  สับเปลี่ยน   หมุนเวียนไป        เพราะจิตใจ  วุ่นวาย   ใกล้ทางตัน
ลองหายใจ  ยาวยาว  เข้าหรือออก           จิตหลอนหลอก   คิดไป  ตามใจฝัน
อย่าคิดหวัง  ให้พ้น  ในเร็วพลัน              อย่าไปหวั่น  ว่ามัน  จะวอดวาย
อนิจจัง   ทุกอย่าง  ที่มันเกิด                    อย่าเตลิด   ปล่อยไป   ให้ฉิบหาย
มันไม่เที่ยง   เกิดแล้ว  พังทลาย               เพราะความตาย  ไม่ช่วย  ให้มันดี
ทั้งแรงผลัก  แรงดัน  และแรงอัด             ยากจะวัด   ทุกอย่าง   เพื่อบ่งชี้
หวั่นในอก   ตกหลุม   อเวจี                     อย่าเซ้าซี้   ฟุ้งซ่าน  ปล่อยผ่านไป
(๒๗๘)  การกำหนดรู้มหัคคตจิตจิตที่ถึงความเป็นใหญ่และประเสริฐ 
เป็นจิตที่เกิดจากการเจริญสมถะกรรมฐาน 

(๒๗๘)  ลักษณะของสภาพอันเป็นมหัคคตจิต 
      ความเป็นใหญ่  ประเสริฐ  ของดวงจิต สู่ความคิด  หนักแน่น  ของจิตใจ  
กระแสจิต   มากมาย  กระจายไหล          หลอมรวมได้  เป็นหนึ่ง  ความต้องการ
สมาธิ  แน่วแน่  สำรวมจิต                      หลอมความคิด  เป็นหนึ่ง  คอยประสาน
หากตัณหา  ราคะ ยังระราน                    ยังแผ่วพาน  ไม่พร้อม    ยากน้อมใจ
เมื่อจิตโปร่ง  จิตโล่ง  สภาพพร้อม          จิตนอบน้อม  นิ่งอยู่  ไม่สงสัย
อะไรเกิด  ต้องปล่อย  ให้เกิดไป               เหตุเกิดได้  ดับได้  อนิจจัง                     
(๒๗๙)  วิธีกำหนดรู้
      จิตอาศัย  กายใน  การนึกคิด             ต่างกับจิต  ตั้งมั่น  แต่หนหลัง
จิตตั้งมั่น  เต็มเปี่ยม  เต็มพลัง                แต่ทุกครั้ง  เกิดดับ  สลับไป

(๒๘๐)  การกำหนดรู้สภาวจิตที่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
(๒๘๐)  ลักษณะของสภาวจิตที่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

      ผลสำเร็จ  ของงาน  สมถะ               รู้ขณะ  ที่ฌาน   เข้าอาศัย
จิตถูกตรึง  ติดฌาน  ยิ่งมั่นใจ                 ย่อมติดใน  ความคิด  ติดร่างกาย
ความยึดมั่น  ถือมั่น  อยู่ในฌาน            ล้วนเป็นฐาน  ตั้งจิต   มีหลากหลาย
แนบสนิท  แช่มชื่น  ไม่เสื่อมคลาย        แต่สุดท้าย  เป็นเพียง   อนิจจัง
(๒๘๐)  การกำหนดรู้สภาวจิตที่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
(๒๘๐)  ลักษณะของสภาวจิตที่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

      สมาบัติ  สมบัติ   ของผู้ทำ               ว่าเลิศล้ำ   หรือเพียง  แค่ถูกขัง
จับสิ่งใด   สิ่งหนึ่ง  ได้หรือยัง                หรือแค่หวัง  แค่อ่าน   ผ่านเลยไป
เริ่มแต่ลม  หายใจ  เข้าหรือออก             ยังชอบหลอก  บ่อยครั้ง   ยังสงสัย
ให้ออกยาว  เข้าสั้น   ยังหวั่นใจ              แล้วทำไม  ไม่เป็น  เช่นอยากทำ
เมื่อตามลม  หายใจ  ไปสักพัก                จะรู้หลัก   ทำเอง  ไม่ต้องย้ำ
จิตหลุดบ้าง  ตั้งมั่น  หมั่นจดจำ             ลองฝึกซ้ำ  ทำซ้ำ   ย้ำย้ำไป
(๒๘๒)  ๑.  ปฐมฌาน  ฌานที่ ๑ ประกอบด้วย วิตก วิจาร ปิติ สุข เอกัคคตา
      เมื่อจิตจับ  อารมณ์  เกิดองค์ฌาน     เมื่อประสาน  ทุกอย่าง  เริ่มสดใส
จิตรวมดวง  เป็นหนึ่ง   เกิดภายใน         ถอยห่างไกล  วิตก  และวิจารณ์
ปิติสุข   เกิดขึ้น   ในดวงจิต                    ละความคิด  จากกาม  ทุกสถาน
เสพวิเวก  สร้างสม   มายาวนาน            ปฐมฌาน  เปิดกว้าง  หนทางไกล
(๒๘๒)  ๒.  ทุติยฌาน  ฌานที่ ๒ ประกอบด้วย ปิติ สุข เอกัคคตา
       จิตรวมตัว  เป็นหนึ่ง  อย่างแน่วแน่  ปิติแช่  อยู่ได้   ไม่หวั่นไหว
เกิดความสุข   สบาย   ทั้งกายใจ             เข้าออกได้  ทันที  ที่ต้องการ
(๒๘๓)  ๓.  ตติยฌาน  ฌานที่ ๓ ประกอบด้วย สุข เอกัคคตา
       กำหนดรู้  ความสุข  เย็นสงบ         เริ่มค้นพบ  ความสุข   อย่างชำนาญ
เพียงตั้งใจ  เข้าสู่  สิ่งพบพาน                ก้าวพ้นผ่าน   วิตก  วิจารณ์ไป 
(๒๘๓)  ๔.  จตุตถฌาน  ฌานที่ ๔ ประกอบด้วย อุเบกขา เอกัคคตา
      จิตตั้งมั่น  แน่วแน่  สมาธิ               พ้นปิติ   พ้นสุข   ที่อ่อนไหว
ความเป็นหนึ่ง  เกิดได้  เพียงอึดใจ        ก้าวพ้นได้  ทันที  ที่ต้องการ
ความสุขเย็น  เป็นแค่   สิ่งฉาบฉวย        เริ่มเห็นด้วย  ทุกอย่าง  สอดประสาน
บริสุทธิ์  ผุดผ่อง   และพ้นผ่าน              นิ่งยาวนาน ปล่อยวาง  ว่างจากใจ
(๒๘๓)  อรูปฌาน  ฌานที่ใช้สิ่งที่ไม่มีตัวตนคืออารมณ์ เป็นเครื่องกำหนดหรือเครื่องอยู่ (๒๘๓)  ๑.  อากาสานัญจายตนฌาน  มีอากาศหรือช่องว่างเป็นอารมณ์
        อันช่องว่าง  กว้างยาว   เหลือประมาณ   ดับอาการ  หมายรู้  ถึงสิ่งใหม่
อากาศเป็น   อารมณ์  ที่กว้างไกล            และยิ่งใหญ่  เกินกว่า   จะประมาณ
(๒๘๔) ๒.  วิญญาณัญจายตนฌาน  มีวิญญาณเป็นอารมณ์
      เป็นอาการ   เพิกถอน   จากความว่าง สู่แนวทาง  เรียนรู้  ดูจากฌาน
อุเบกขา   ในสิ่ง  ที่ต้องการ                      เมื่อก้าวผ่าน  วิญญาณ  เป็นอารมณ์    
(๒๘๔)  ๓.  อากิญจัญญายตนฌาน  ความว่างหรือความไม่มีสิ่งใดเป็นอารมณ์
      ไร้เรื่องราว   ไร้สิ่ง  ที่ต้องคิด             ในดวงจิต  ไร้สิ้น   สิ่งขื่นขม
ไร้วิญญาณ  ไร้สิ้น  เรี่ยวแรงลม                  ไร้สิ้นปม  ต้องแก้  แปรเปลี่ยนไป
(๒๘๔)  ๔.  เนวสญญานาสัญญายตนฌาน  ภาวะที่มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ คือ เลิกกำหนดสัญญาในสิ่งใดๆ
      สิ้นอารมณ์   ข่มจิต    ทุกทิศว่าง       ความแตกต่าง  สูญสิ้น  ความสงสัย
สิ้นสัญญา  อารมณ์   มาข่มใจ                 สิ้นอาลัย   ปล่อยวาง  หวังนิรันดร์
(๒๘๕)  วิธีกำหนดรู้
      ประสบการณ์  เข้าฌาน  ถึงขั้นไหน  จะทำได้   หรือไม่   ใช่คิดฝัน
จะสำเร็จ  หรือไม่   ไม่สำคัญ                  เพราะว่ามัน  เป็นเพียง   อุปาทาน
คิดว่ารู้   ว่าเห็น  เป็นนิมิต                      ก็แค่คิด  แค่หลง  ปลงสังขาร
ละโลภะ  โทสะ  ถือว่าผ่าน                     ความต้องการ  เพียงแค่   สุขทางใจ
(๒๘๖)  การกำหนดรู้สมาธิจิต
(๒๘๖)  ลักษณะของสมาธิ

      สมาธิ  สภาพ   จิตตั้งมั่น                   ก้าวหนึ่งนั้น  แน่วนิ่ง  ไม่สั่นไหว
สภาพจิต   กำหนด  เวลาใด                     นั่งก็ได้  หรือว่า  เดินจงกรม
กำหนดจิต  ตรึงจิต   อยู่กับที่                  มิให้หนี   จากฌาน  แม้ขื่นขม
ความเกิดขึ้น  ตั้งอยู่   เพียงอารมณ์         อย่าให้ล้ม  เพราะจิต   หลงคิดไป
(๒๘๗)  วิธีกำหนดรู้
      จิตตั้งมั่น  เกิดได้  หลากหลายทาง    แม้ยามว่าง  ทำงาน  ก็ลื่นไหล
จิตจดจ่อ  ตั้งมั่น  ไม่หวั่นใจ                   ทำอะไร  ลื่นไหล  ลืมเวลา
กำหนดรู้  ตั้งมั่น  สมาธิ                          ตั้งสติ   เพ่งมอง   ใช่เรียกหา
อย่าบังคับ  ขับเคี่ยว   หรือเยียวยา          เพียงถอยมา  เฝ้าดู  รู้ทางลม
(๒๘๘)  การกำหนดรู้จิตหลุดพ้น
(๒๘๘)  ลักษณะของจิตหลุดพ้น

      จิตหลุดพ้น  พ้นจาก  อนัตตา           หลุดออกมา  จากกาม  เคยเสพสม
หลุดออกมา  เฝ้าดู  รู้คำชม                     ความนิยม  รู้เห็น  ความเป็นไป
(๒๘๙)  วิธีกำหนดรู้
      การปลดปล่อย  “เปลื้องจิต”  เคยยึดเกาะ ความจำเพาะ  ปล่อยจาก   เครื่องอาศัย
เครื่องยึดเหนี่ยว  เราไว้   คืออะไร          ปลดเปลื้องได้   จากจิต  คิดกีดกัน
อย่างความสวย  ความรวย  เป็นโลภะ    เพราะโมหะ  หลงผิด  คิดยึดมั่น
แม้ทุกอย่าง  ไม่เหลือ   เมื่อถึงวัน            ความตายนั้น  ไม่นาน  ก็หลงลืม
จิตหลุดพ้น  ความคิด   อิสระ                 แพ้ชนะ  คนได้  แค่ปลาบปลื้ม
เพราะร่างนี้  กายนี้  แค่หยิบยืม              จะสวยอึ๋ม  อย่างไร  แค่ในนาม

                                             เด็กนิโคร
                                         w – nikro.com




ทางสามแพร่ง

ศึกษาธรรมอย่างถูกวิธี
ศึกษาธรรมอย่างถูกวิธี ๓
ศึกษาธรรมอย่างถูกวิธี ๔
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๒
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๓
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๔
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๕
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๖
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๗
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๘
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๐
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๒
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๓
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๔
มหาสติปัฏบานสูตร ตอนที่ ๑๕
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๖
มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๑๗
พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก
พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนท่ี ๓๐
พุทธศาสนาThe Have I Heard ความนำ เพื่อร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑ พระสูติกาล
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒ ลักษณะมหาบุรุษ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓ เทวฑูตทั้ง ๔
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔ เสด็จออกผนวช
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๕ พิจารณาอาหารในบาตร
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๖ ปัญจวัคคีย์ทั้งห้า
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๗ ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๘ ทางสายกลาง หนทางแห่งการตรัสรู้
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๙ นางสุชาดา กับข้าวมธุปายาส
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๐ ทรงชนะพญามาร
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๑ ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๒ ธิดาพญามาร
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๓ เสวยวิมุตติสุข
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๔ ดอกบัวสี่เหล่า
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๕ ปฐมเทศนา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๖ อุบาสิกาคู่แรก
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๗ รากเหง้าแห่งอกุศลและกุศล
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๘ กามคุณ ๕
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๑๙ โปรดชฎิลสามพี่น้อง
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๐ เวฬุวัน วัดแรกในพุทธศานา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๑ ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๒ วิธีแก้ง่วงของพระพุทธองค์
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๓ วันจาตุรงคสันนิบาต
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๔ เสด็จโปรดพระราชบิดา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๕ ฝนโบกขรพรรษ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๖ โปรดพระนางพิมพาและราหุล
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๗ ไม่มีสิ่งใดรัดตรึงใจบุรุษเท่าสตรี
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๘ พึงชนะความโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๒๙ ความไม่เที่ยงของสังขาร
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๐ พระอานนท์ พระพุทธอุปัฏฐาก
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๑ ประกาศนียกรรมพระเทวฑัต
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๒ พระเทวฑัต ผู้ทำสังฆเภท
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๓ พระเทวฑัต ถูกแผ่นดินสูบ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๔ พระเจ้าอชาติศัตรู ผู้สำนึกบาป
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๕ พระเจ้าสุทโธทนะ บรรลุพระอรหันต์
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๖ ครุธรรม ๘ ประการ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๗ เสด็จโปรดพุทธมารดา
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๘ มาคันทิยะพราหมณ์
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๓๙ โปรดเวรัญชพราหมณ์
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๐ พญาช้าง "ปาลิไลยกะ"
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๑ ธรรมวินัยจะเศร้าหมองหรือรุ่งเรือง
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๒ อหิงสกะหรือองคุลีมาล
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๓ ท้าวผกาพรหม ผู้เห็นผิดเป็นชอบ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๔ ทรงแสดงนิมิตโอภาส
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๕ พญาวัสวดีมาร ทูลขอให้ปลงอายุสังขาร
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๖ "สุกรมัทวะ" อาหารมื้อสุดท้าย
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๗ "ปุกกุสะ" ถวายผ้าสิงคิวรรณ
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๘ สถานที่ระลึกถึงพระพุทธองค์
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๔๙ "สุภัททะ" พระสาวกรูปสุดท้าย
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๕๐ โอวาทสุดท้ายก่อนดับขันธ์ปรินิพาน
พุทธศาสนาThe Have I Heard ๕๑ พิธีถวายพระเพลิงและจัดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ
พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนที่ ๔๙
มุมอาเซียน
ครอบครัวอบอุ่น ๓
ครอบครัวอบอุ่น ๒
ครอบครัวอบอุ่น ๑



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรงเรียนวัดนิโครธาราม,นิโครธาราม,นิโคร,เด็กนิโคร,ครูนิโคร,หนุ่มนิโคร,สาวนิโคร,ชาวนิโคร,พี่เสือ,เจ้าตัวน้อย,สมนึก,โก้เจ้า,จามจุรี wnikro@gmail.com